svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"อัจฉริยะ" จี้ "ดีเอสไอ" สอบคลิปเสียงเรียก 10 ล้าน เคลียร์หมูเถื่อน

"อัจฉริยะ" จี้ "ดีเอสไอ" สอบคลิปเสียง เรียก 10 ล้าน เคลียร์หมูเถื่อน เผย 3 ประเด็น ปมย้าย "อธิบดีดีเอสไอ" ชี้ นายกฯ เลือกปฏิบัติ ไม่สั่งย้าย "อธิบดีปศุสัตว์" เชื่อปัญหาหมูเถื่อนไร้ทางแก้ไข ด้าน "ธรรมนัส" รู้แล้วเสียงใครในคลิป

4 ธันวาคม 2566 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยถึงกรณีการโยกย้าย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ไปดำรงตำแหน่ง เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมว่า มี 3 สาเหตุที่ทำให้ พ.ต.ต.สุริยา ถูกโยกย้าย ได้แก่

ประเด็นแรก สืบเนื่องจากคดีหมูเถื่อน 161 ตู้ ที่ พ.ต.ต.สุริยา และพนักงานสอบสวน DSI ได้บุกไปค้นบริษัทแม็คโคร ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นายทุนใหญ่ระดับสูงที่สุดของประเทศไม่พอใจและส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีจัดการ

ประเด็นที่ 2 เป็นกรณีที่พนักงานสอบสวน DSI จับกุมเจ้าของเว็บพนันยูฟ่า 888 ซึ่งเป็นเว็บพนันรายใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลพรรคหนึ่ง ที่มีฐานเสียงอยู่ในภาคใต้ เนื่องจากพบว่าเจ้าของเว็บพนันรายนี้เป็นนายทุนใหญ่ ที่ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองดังกล่าว ถึง 400 ล้านกว่าบาท ส่งผลให้ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงรายหนึ่ง ที่มาจากพรรคการเมืองนี้ ต้องส่งคนมาเจรจา เพื่อต่อรองไม่ให้มีการยึดทรัพย์เจ้าของเว็บพนัน แต่ไม่ได้ผล

อัจฉริยะ ร้องสอบคลิปเรียก 10 ล้าน เคลียร์หมูเถื่อน

พ.ต.ต.สุริยา อดีตอธิบดี ดีเอสไอ

ประเด็นสุดท้าย เกิดจากความไม่พอใจของนายทุนรายใหญ่แถบจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน โดยนายทุนกลุ่มนี้ มีพรรคการเมืองรายใหญ่ฟากรัฐบาลแถบภาคกลางอยู่เบื้องหลัง ถึงขนาดมีการมาเจรจาเพื่อให้ชะลอการดำเนินคดีลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน แต่ไม่เป็นผล

ดังนั้น เบื้องหลังการโยกย้าย พ.ต.ต.สุริยา จึงมีที่มาจาก 3 ประเด็นข้างต้น ซึ่งตนมองว่า การอ้างว่า พ.ต.ต.สุริยา เป็นคนมีความสามารถ จึงเหมาะสมที่จะไปนั่งรองปลัดกระทรวงนั้น เป็นเพียงแค่ข้ออ้าง โดยฝากถึงนายกรัฐมนตรี กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ควรจะต้องโยกย้าย ข้าราชการระดับสูงของกรมปศุสัตว์มากกว่า เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า คนในกรมปศุสัตว์เกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้าเนื้อเถื่อนโดยตรง ที่ผ่านมา ข้าราชการระดับสูงทั้งกรมประมงและกรมศุลกากร ต่างก็ถูกรับผิดชอบกันไปหมดแล้ว เหลือแต่กรมปศุสัตว์ที่ยังคงเก็บเอาไว้ จึงมองว่า หากไม่โยกย้าย ข้าราชการระดับสูงของกรมปศุสัตว์ ปัญหาการลักลอบนำเข้าหมู่เถื่อนก็ไม่มีทางแก้ไขได้ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบปศุสัตว์ของประเทศล่มสลายในที่สุด

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อ การโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษครั้งนี้ ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อการดำเนินคดีหมูเถื่อน เพราะคดีดังกล่าวทำงานโดยชุด พนักงานสอบสวน DSI และมีการลงเลขคดีแล้ว ซึ่งผู้บริหารกรมไม่มีอำนาจใด ๆ ในการแทรกแซง และไม่เกินวันที่ 7 ธันวาคม จะมีการเปิดปฏิบัติการเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าหมูเถื่อนรายใหญ่อีก

ร.อ.ธรรมนัส รมว.เกษตรฯ

กรณีที่มีคลิปเสียงหลุดออกมาว่า มีนักกิจกรรมเป็นผู้เรียกเงิน 10 ล้านบาท จากบุคลากรระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า นักกิจกรรมคนดังกล่าว อักษรย่อ “ท.” ซึ่งมีการอัดคลิปเสียงแอบไปเจรจากับคนสนิทของ ร.อ.ธรรมนัส และกรมปศุสัตว์ที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้มีการปล่อยหมูเถื่อนจำนวน 38 ตู้ที่ถูกอายัดไว้ในคดีหมูเถื่อน 161 ตู้ โดยมีการเรียกเงิน 10 ล้านบาทเพื่อเคลียร์คดี ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต้องเข้าไปชี้แจงกับพนักงานสอบสวน DSI ด้วยว่า สรุปแล้วใครเป็นคนเรียกเงินจากใครกันแน่

นอกจากนี้ ตนจะไปยื่นเรื่องกับนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล เพื่อร้องเรียนว่า เนื้อหมูเถื่อนอีก 140 กว่าตู้ มีการทำลายล่าช้า จึงเชื่อว่า น่าจะมีการปกปิดการทำลายหมูเถื่อนเหล่านี้ โดยจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่รัฐสภา เวลา 9:00 ในวันที่ 7 ธันวาคม

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณี ชายคนหนึ่งถูกศุลกากรจับ แล้วระบุหากเคลียร์เรื่องนี้ได้จะให้เงิน10 ล้านบาทว่า ขณะนี้ ตนเห็นเพียงคลิปดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่า เป็นใคร ส่วนเสียงดังกล่าว จะสามารถสาวถึงคนในคลิปหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า คลิปเสียงดังกล่าวไม่ใช่ของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. แต่น่าจะเป็นของศุลกากร และหากพูดตามความเป็นจริง ก็น่าจะทราบแล้วว่า เป็นใคร พร้อมเปิดเผยอักษรย่อว่า “ท.” ซึ่งเป็นนักแฉ

อย่างไรก็ตามที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.อัศวิน พันธ์ุวงษ์ สว.(สอบสวน) กก.3.บก.ปปป. เพื่อยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ 2 บริษัทชิบปิ้ง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมปศุสัตว์ จำนวน 5 คน หลังพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเนื้อวัวหมดอายุ ออกไปขายสู่ท้องตลาด จำนวน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักกว่า 75 ตัน ที่ถูกกักเก็บไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อช่วงปี 2564  

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เนื้อวัวและเครื่องในวัว ถูกลักลอบนำเข้ามาโดย 2 บริษัทนำเข้าเนื้อวัวรายใหญ่ เมื่อปี 2561 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทำการอายัดของกลางเอาไว้ตรวจสอบ ทำให้เนื้อวัวจำนวน 3 ตู้ หรือ ประมาณ 75-80 ตัน ไม่สามารถนำออกไปขายสู่ท้องตลาดได้ จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 2 ปี เมื่อ ปี 2563 ทางปศุสัตว์ได้อนุญาตให้บริษัทนำเข้านำเนื้อวัวออกไปขายได้ แต่ปรากฏว่า เนื้อวัวส่วนใหญ่มีสภาพเน่าเสีย ไม่ได้คุณภาพเนื่องจาก หมดอายุ แต่ได้นำออกสู่ท้องตลาด โดยไม่มีการตรวจสอบ 

ตนจึงสงสัยว่าเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบในขณะนั้น มีส่วนรู้เห็น ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งถึงรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ วันนี้( 4 ธ.ค.) จึงนำเอกสารหลักฐานที่มีมามอบให้กับตำรวจ บก.ปปป. ตรวจสอบและเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ส่วนความคืบหน้ากรณีการนำเข้าหมูเถื่อน เบื้องต้น เตรียมประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนเพิ่มเติมภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้