ด้านนายถาวร กล่าวว่า ในช่วงหนึ่งว่า ตนขับรถผ่านไปตามถนนหนทางในตลาด กล้าพูดได้ว่า หลายพรรคไม่กล้าเอาหัวหน้าพรรคของตัวเองทำแบรนเนอร์ร่วมถ่ายหรือคนที่ถูกเสนอในนามพรรคของตัวเองเป็นว่าที่ นายกรัฐมนตรี ไม่กล้าเอาภาพถ่ายนั้นเกียรติยศศักดิ์ศรี ให้เป็นนายกรัฐมนตรี มีมากหรือมีน้อย แต่สำหรับหมอวรงค์ ประกาศตัวว่าพร้อมเป็นนายก แต่คนของพี่น้อง จะเป็นนายกฯ ได้หรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่ตนหรือหมอวรงค์ ไม่ได้อยู่ที่ผู้สมัครของพรรค 301 คน แต่อยู่ที่พี่น้องทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่
กรณีนักการเมือง ถ้าไม่มีวิธีคิด ก็ง่ายนิดเดียว เอาเงินงบประมาณมาสนับสนุนชดเชยราคาที่แตกต่าง ที่ประกันเอาไว้ แต่ถ้านักการเมืองดีๆมีความตั้งใจ ตนมั่นใจว่าแก้ไขปัญหาได้ ราคาก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ราคาแพง เกิดจากนักการเมืองร่วมกับพ่อค้าผูกขาด และนายทุนสามารถถามกลับมาว่าเกิดจากอะไร ก็เพราะเกิดจากการทดแทน ดังนั้นนโยบาย
ข้อที่ 1 ก็คือปกป้องสถาบัน
ข้อที่ 2 คือป้องกันปราบปรามการทุจริต ถ้าเราแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ทั้งหลายทั้งปวงที่พี่น้องกังวลจะไม่เกิด
นพ.วรงค์ เคยพูดหลายครั้ง ตนก็เสนอมาหลายครั้งว่า เมื่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตเกิดขึ้น มีวิธีอย่างไร หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายบอกว่า ปราบปรามการทุจริต แก้ไขปัญหาทุจริต แต่ในขณะที่ตัวเองโกงแล้วโกงอีก หรือรู้แล้วว่ามีการโกงเกิดขึ้น ก็ไม่กล้าที่จะเอาคนเหล่านั้นไปเข้าคุก วิธีการ ที่เราจะเสนอก็คือ คดีทุจริตจะไม่มีอายุ คนหนึ่งที่หนีไปอยู่ดูไบ ถูกศาลที่พิพากษาจำคุกอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะจบกัน