“พรรคก้าวไกล เขาเอาจุดนี้เป็นจุดขาย ในขณะที่คุณถีบหนี มันก็เห็นอยู่แล้วว่าโลกทัศน์ของคุณไม่เหมือนกับ ‘พรรคก้าวไกล’ บังเอิญว่าโลกทัศน์ของคุณมันไปสอดคล้องกับ ‘ภูมิใจไทย’ ไปสอดคล้องกับ ‘พลังประชารัฐ’ ซึ่งประนีประนอมผลประโยชน์กันได้ มันจะให้เข้าใจว่ายังไงได้ ใช่ไหมครับ
“ตอนนี้เพื่อนฝูงก็เป็นห่วง ฝ่ายประชาธิปไตยสงสัยในจุดยืนของผม จุดยืนผมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ แต่ว่าเวลาวิเคราะห์เนี่ย ผมวิเคราะห์ในสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วผมก็ยืนยันว่า ผมอ่านกระดานการเมืองทุกหมาก ผมเห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง และคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญและต้องมี
“ใครเรียนรัฐศาสตร์จะต้องรู้จักทฤษฎีระบบการเมือง แล้วมันจะตามมาด้วยทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่ ทฤษฎีนี้มันก็อธิบายอยู่แล้วว่า ระบบการเมืองมันประกอบด้วยตัวละครอะไรบ้าง มันประกอบด้วยระบบย่อยอะไรบ้าง ผมเพียงแต่เอาทฤษฎีระบบการเมืองมาอธิบายเท่านั้นเอง แล้วมันก็เป็นอย่างนั้น
“เนื่องจากผมอยู่ในสนามจริง ผมเห็นไง ถ้าผมไม่เห็นก็ว่าไปอย่าง และผมไม่ใช่แค่เห็นอย่างเดียว หลายเหตุการณ์ผมอยู่ตรงนั้นด้วย เพราะฉะนั้นผมอาจจะอินไซด์มากกว่าคนอื่น จึงทำให้สะท้อนภาพได้อีกมุมหนึ่ง”
สูตรรัฐบาล เพื่อไทย + พลังประชารัฐ + ภูมิใจไทย มีความเป็นไปได้มากกว่า เพื่อไทย + ก้าวไกล
"รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล” วิเคราะห์ว่า สูตรรัฐบาล “เพื่อไทย” + “พลังประชารัฐ” + “ภูมิใจไทย” มีความเป็นไปได้มากกว่าสูตร “เพื่อไทย” + “ก้าวไกล” ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การที่ “ก้าวไกล” จะกลายเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของ “พรรคเพื่อไทย” ในการเลือกตั้งครั้งนี้
“ผมพูดตรงๆ นะ ผมไม่ได้มีอะไรพิเศษกับ ‘ลุงป้อม’ บางคนไปเข้าใจว่าผมเชียร์ ‘ลุงป้อม’ ไม่ใช่ แต่ผมอ่านจากความเป็นจริงว่า ในสิ่งที่เราเห็นเนี่ย การผลักดันอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นอเจนด้าใหญ่ๆ อเจนด้าสำคัญๆ ถ้าไม่ประสานประโยชน์กันเนี่ย มันผลักดันไม่ได้
“แล้วในภาวะที่การเมืองมันไม่ได้ชนะกันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ถ้าวันนี้ ‘พรรคเพื่อไทย’ บอกจะจับมือกับ ‘ก้าวไกล’ ไม่ไปรวมกับ ‘พลังประชารัฐ’ มันก็จะเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่ง...
“แต่เอาเข้าจริงๆ ‘พรรคเพื่อไทย’ ก็รู้ว่าตัวเองก็เกลียด ‘พรรคก้าวไกล’ มากๆ ผมใช้คำนี้เลย ผมไม่เกรงใจ ผมไม่กังวล วันนี้พรรคการเมืองที่ ‘พรรคเพื่อไทย’ เกลียดที่สุด คือ ‘พรรคก้าวไกล’ พรรคนี้ไม่ควรเกิดมา อันนี้ในมุมของ ‘พรรคเพื่อไทย’ แฟนคลับเพื่อไทยอาจจะเซ็งผม ก็ต้องกราบขออภัย ก็ 'ก้าวไกล' เกิดมาเพื่อตัดแต้ม ‘เพื่อไทย’ ใครจะไปชอบล่ะ”
การเลือกตั้ง 2566 จุดเปลี่ยนประเทศไทย ?
หลังจาก Nation Online ได้ฟังการวิเคราะห์เชิงลึกจาก “รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล” ก็ก่อให้เกิดข้อสงสัยว่า ในการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยน เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเอาเข้าจริงๆ ทุกอย่างก็อาจยังคงเหมือนเดิม ซึ่งอาจารย์ธนพรได้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจไว้ดังต่อไปนี้
“การเลือกตั้งที่สม่ำเสมอเนี่ย มันจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยแข็งแรง จุดยืนผมไม่สนับสนุนการรัฐประหาร ผมคัดค้าน และผมก็ไม่เห็นด้วย
“แต่วิธีการแก้รัฐประหารที่ดีที่สุด คือการเลือกตั้ง ที่สำคัญเราอย่าไปกลัว เราอย่าไปกลัวว่า ‘ลุงป้อม’ จะจับมือกับ ‘ภูมิใจไทย’ จะจับมือกับ ‘เพื่อไทย’ ถ้าจับมือกันสูตรนี้ได้ อีก 4 ปีคุณก็เปลี่ยนมันได้ อีก 4 ปี หากคุณคิดว่าสูตรนี้มันเฮงซวย คุณก็เปลี่ยนสูตรได้ด้วยตัวคุณเอง (ด้วยการเลือกตั้ง)
“การที่ 3 พรรคนี้จะจับมือกันเป็นรัฐบาล โอเคมันอาจจะไม่ถูกใจคุณน่ะ แต่คุณเปลี่ยนมันได้ไหมล่ะ ทุก 4 ปีคุณเปลี่ยนมันได้ เพราะฉะนั้นวันข้างหน้าคุณอาจได้เห็น ‘พรรคเพื่อไทย’ จับมือกับ ‘พรรคก้าวไกล’ ก็เป็นไปได้
“รัฐบาลที่หลายคนอยากเห็น ‘พรรคก้าวไกล’ กับ ‘พรรคเพื่อไทย’ และพรรคฝ่ายประชาธิปไตยรวมตัวกัน มันอาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้ แต่ในมุมของผมจะยังไม่ใช่ในปี 2566 ถ้าคิดว่าลุงตู่จะอยู่อีก 2 ปี เป็นปี 2568 หรือตัดลุงตู่ทิ้งไปเลย มันอาจจะเป็นปี 2570 ก็ไม่เป็นไรนี่ แต่การเลือกตั้งที่เป็นประจำสม่ำเสมอ มันก็จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในแต่ละช่วงเวลาได้เป็นอย่างดี
“ยังไงผมก็มองว่าการเลือกตั้งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เท่าที่มนุษยชาติคิดได้ในตอนนี้ คือตราบใดที่เราไม่สามารถเอาคน 66 ล้านคนมานั่งประชุมพร้อมกันผ่านคอมพิวเตอร์แล้วมาโหวต นับองค์ประชุมกันทีละ 66 ล้าน ผมก็ยังไม่เห็นวิธีการอื่น ที่ดีกว่าการเลือกตั้ง”