ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลสรุปฯชุดนี้ ระบุใจความหลักว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อาศัยการประกาศแนวเขตอุทยานฯทับลานปี 2524 ที่มีข้อบกพร่องหลายประการ ได้แก่ กรมป่าไม้มิได้ทำการรังวัดและสำรวจสภาพพื้นที่จริงก่อนมีการประกาศอุทยานฯทับลานส่งผลให้มีการประกาศเขตอุทยานฯทับลานทับซ้อนที่ดินของประชาชนซึ่งอยู่อาศัยมาแต่เดิมรวมทั้งประชาชนที่ถูกจัดเข้ามาอยู่อาศัยตามโครงการต่างๆของหน่วยงานรัฐที่ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลให้ดำเนินการไม่ว่าจะเป็นสปก. โครงการพมพ. โครงการคจก. เป็นต้น
ข้อมูลสรุปฯชุดนี้ ระบุใจความหลักว่า ข้อเท็จจริงพบว่า ประชาชนเหล่านี้บางส่วนตั้งบ้านเรือนอยู่มาตั้งแต่ ปี2457 บางส่วนอาศัยในพื้นที่ที่กรมป่าไม้อนุญาตให้มีสัมปทานทำไม้หวงห้าม (2517-2547 หรือป่าเสื่อมโทรม) แล้วให้สปก.ดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้ บางส่วนทางราชการอพยพหนีภัยจากการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ และภาครัฐให้มาจัดที่อยู่ที่ทำกินให้ตั้งแต่ปี 2520 - 2522 ก่อนที่จะประกาศเขตอุทยานฯทับลานในปี 2524
แหล่งข่าว จากสำนักงานผู้ตรวจการเเผ่นดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการจับกุมดำเนินคดีบุกรุกป่ากับประชาชนราว 400 คดี ก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนและกล่าวหาว่าประชาชนเหล่านี้ว่าเป็นพวกนายทุน และการดำเนินการของกรมอุทยานฯอาจต้องการเนื้อที่อุทยานมากๆ ในการยืนยันการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และอาจผิดหลักการกับข้อเท็จจริงทีเกิกขึ้นจนอาจเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย
แหล่งข่าว จากสำนักงานผู้ตรวจการเเผ่นดินกล่าวว่า การเสนอให้ใช้กระบวนการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1:4000 (One Map)ตามแนวทางของรัฐบาลเพื่อให้ปัญหาเหล่านี้ยุติทั่วประเทศนั้นน่าจะได้ข้อยุติในเร็วๆนี้ ดังนั้นการให้ข้อมูลของ"นายชูวิทย์"และ"นายดำรงค์" นั้นอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงจนสังคมสับสนได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่15 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่มี"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแนวเขตอุทยานฯทับลานเเละมีกระเเสข่าวว่าการประชุมครั้งนี้"พล.อ.ประวิตร" อาจสั่งให้พิจารณาช่วยเหลือประชาชนที่ครอบครองที่ดินเเบบบริสุทธิ์เพราะเรื่องนี้มีความซับซ้อนหลายด้านหากประชาชนที่ครอบครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวด้วยความถูกต้องก็ต้องพิจารณาช่วยเหลือ