ส่วนคู่ดึกประจำกลุ่ม D ณ เมืองซานตา คลาลา รัฐแคลิฟอร์เนีย ทีมชาติตุรกี เตรียมลงสนามพบกับ ทีมชาติปารากวัย ในเกมนัดหนีตายอย่างแท้จริง เนื่องจากผู้แพ้ในแมตช์นี้อาจต้องตกรอบทันทีหากคู่แรกจบด้วยผลเสมอ ตุรกีคาดว่าจะส่ง เคนัน ยิลดิซ แนวรุกดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มเด่นในฐานะตัวสำรองนัดก่อนลงเป็นตัวจริงเพื่อเจาะกำแพงหินของปารากวัย
กลุ่ม C: บราซิลปรับทัพแดนกลาง-ไร้ "เนย์มาร์" บดเฮติ
ข้ามมาดูความเคลื่อนไหวในกลุ่ม C ณ เมืองฟิลาเดลเฟีย ทัพ "แซมบ้า" ทีมชาติบราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัย ลงสนามพบกับ ทีมชาติเฮติ ภายใต้แรงกดดันมหาศาลหลังนัดแรกทำได้เพียงเสมอกับโมร็อกโกมาแบบไร้สกอร์ แมตช์นี้บราซิลยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์วัย 34 ปีที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องและไม่ได้ร่วมเดินทางมากับทีม คาดว่า คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือใหญ่จะปรับระบบแดนกลางด้วยการส่ง ฟาบินโญ่ ลงสนามเป็นตัวจริงแทน กาเซมิโร่ หลังจากโชว์ฟอร์มได้ไหลลื่นกว่าในครึ่งหลังของนัดก่อน ด้านเฮติพร้อมสู้ตายแม้จะแพ้สกอตแลนด์มาในนัดแรก 0-1 โดยหวังปรับแท็กติกเกมรุกให้มีความหลากหลายมากขึ้นหลังนัดก่อนยิงทิ้งยิงขว้างไปถึง 15 ครั้งแต่เข้ากรอบเพียง 2 หน
ขณะที่อีกคู่ในกลุ่ม C ณ เมืองฟ็อกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์ ทีมชาติสกอตแลนด์ หวังสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในการลุยทัวร์นาเมนต์หนที่ 9 โดยพวกเขากระหายที่จะเก็บอย่างน้อย 1 คะแนนในเกมพบกับ ทีมชาติโมร็อกโก เพื่อตุนคะแนนไว้ก่อนจะต้องไปดวลกับบราซิลในนัดสุดท้าย ทว่าเกมนี้ทัพขี้เมาจะขาด บิลลี่ กิลมอร์ มิดฟิลด์ตัวเก่ง ทำให้ต้องรับมือกับเกมริมเส้นอันตรายของโมร็อกโกที่มี อัชราฟ ฮาคิมี และ นูสแซร์ มาซราอุย เป็นตัวชูโรงอย่างยากลำบาก