อนุทิน ลั่นภูมิใจไทยไร้ KPI มีแต่ API เมินปม TH-AI Passport
19 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ชาญวีรกูล ลั่นภูมิใจไทยไม่มีวัด KPI รัฐมนตรี มีแต่ API ทำงานเพื่อประชาชน เมินกระแสลบปม TH-AI Passport ชี้เน้นความจริงและประโยชน์ประเทศ
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ชาญวีรกูล ลั่นภูมิใจไทยไม่มีวัด KPI รัฐมนตรี มีแต่ API ทำงานเพื่อประชาชน เมินกระแสลบปม TH-AI Passport ชี้เน้นความจริงและประโยชน์ประเทศ
KEY
POINTS
19 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงเกณฑ์การประเมินผลงาน 1 ปีของรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีการวัด KPIรัฐมนตรี แต่ใช้หลัก อนุทินPI หรือ API ในการขับเคลื่อนงานเพื่อประเทศชาติ หากใครผลงานไม่เข้าเป้าพร้อมพิจารณาทันที พร้อมกันนี้ได้แสดงจุดยืน เมินกระแสวิจารณ์เชิงลบต่อโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี โดยย้ำว่า ตนเน้นดูที่ความจริงและประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นหลัก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเตรียมการประเมิน KPI รัฐมนตรีในการทำงาน 1 ปี โดยออกตัวก่อนว่า
เดามาจากในเครื่องแล้วว่า จะต้องถามคำถามนี้ ก่อนกล่าวต่อว่า รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ ฉะนั้นจะต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่ตนดูแลอยู่ ก็เป็นไปตามข่าว ทุกคนต้องทำงานทุ่มเทให้กับรัฐบาล ประเทศ และประชาชน ตรงนี้ไม่ต้องวัด KPI เพราะมีแต่ API หรือ อนุทิน PI
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนดูภาพรวมและเจาะเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นปกติในการทำงานให้กับประเทศที่จะต้องมีการตื่นตัวตลอดเวลา คนเก่งจะไม่ตื่นตัว หรือติดลมบนแล้ว ก็ต้องปรับปรุง
นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้วางอะไร และไม่มีกำหนดเวลา เพราะหากทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองเมื่อไหร่ ก็จะต้องพิจารณาแก้ไขในทันที
นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังไม่คิด ซึ่งรัฐมนตรีทุกท่านยังทำงานกันได้ด้วยดีอยู่ ยังทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ บางคนอ่อนประชาสัมพันธ์ ก็มีการเชิญมาให้เร่งแจ้งผลงานที่ได้ทำ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
นายอนุทิน กล่าวว่า นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คุยกันเป็นประจำ คุยกันทุกวัน ปรึกษาหารือกันทุกเรื่องอยู่แล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่เคยสนใจกระแส แต่สนใจแต่ความจริง และสิ่งที่เป็นประโยชน์ และให้ความมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และศักยภาพของประชาชนทั่วไป นักศึกษาที่จะยกระดับเทคโนโลยีการสื่อสารระดับสูง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไปยุ่งกับเขาได้อย่างไร แต่ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ต้องแจ้งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีกฎกติกามารยาทอยู่ หากมีความเสียหายก็ต้องแจ้ง แต่การตัดสินใจอยู่ที่ตน
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีการโยกย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ฝ่ายค้านมองว่า เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง อาศัยจังหวะสถานการณ์เพื่อวางคนของระบอบสีน้ำเงิน โดยนายกฯ ทวนคำถามผู้สื่อข่าวว่า “ละครฉากหนึ่ง” ก่อนระบุว่า
โลกคือละครฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง เราไม่ผูกติดกับตัวบุคคล นี่คือการบริหารราชการแผ่นดิน ใครมาใครไปสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือประชาชนและประเทศต้องได้ประโยชน์ เรามีการพิจารณาไตร่ตรองตามลำดับขั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบสนองนโยบาย ยึดถือพฤติกรรม ใครทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถ้ายังไม่ผิดกฎหมาย ตัวท่านเองก็ยังทรงสิทธิ์ไว้ในการพิจารณาโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม
ส่วนกรณีที่มีการมองว่า การย้าย นายธีระพงศ์ ช่วยชู อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กลับไปจังหวัดบ้านเกิด เป็นการอวยยศมากกว่าการลงโทษ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไปถามดูว่าอวยหรือเปล่า พร้อมยืนยันว่า “ไม่มี นึกภาพออกไหมครับ”