น้ำตาเสี้ยววินาทีประวัติศาสตร์: ปมเศร้าถึงคุณยายผู้ล่วงลับ และมรสุมวีซ่าของคุณแม่
หลังจบเกมประวัติศาสตร์ที่หยุดลูกยิงของ เฟร์รัน ตอร์เรส และ เปดรี้ ได้ราบคาบ โวซินญ่าได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อทั้งน้ำตาชวนให้คนฟังรู้สึกสะเทือนใจตาม โดยระบุว่าเขารู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้เป็นตัวแทนของเกาะเล็กๆ ชาติอันดับ 3 ที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทว่าปมลึกที่ทำให้เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ เกิดจากความตื้นตันและการระลึกถึงบุคคลเบื้องหลังในชีวิต โดยเจ้าตัวสารภาพว่า
"ที่ผมร้องไห้เพราะผมเติบโตมากับคุณตาคุณยาย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ในวันนี้พวกท่านไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของผมแล้ว พวกท่านเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ทั้งที่พวกท่านทำทุกอย่างเพื่อสร้างชีวิตให้แก่ผม"
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบความปลอดภัยทางเอกสารของสหรัฐฯ ยังซ้ำเติมปมบาดแผลในใจเมื่อคุณแม่ของเขาไม่สามารถเดินทางมานั่งเชียร์ลูกชายบนอัฒจันทร์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม ได้ เนื่องจากปัญหาเรื่องค่าครองชีพในการยื่นคำร้องและจัดการวีซ่าเข้าเมืองไม่ทันตามเกณฑ์เวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ความเงียบสงบก่อนหน้านี้ได้ถูกทำลายลงด้วยชื่อเสียงระดับโลกในชั่วข้ามคืน ตัวเลขสถิติผู้ติดตามบนบัญชีอินสตาแกรม (Instagram) ของโวซินญ่า พุ่งกระฉูดจากเดิมที่มีฐานแฟนบอลเพียง 50,000 คน ทะยานขึ้นไปแตะระดับ 5 ล้านฟอลโลเวอร์ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว แม้กระทั่งซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลกอย่าง ปอล ป็อกบา แข้งดังชาวฝรั่งเศส ยังต้องออกมารัวนิ้วโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อชื่นชมในความหนึบว่า "ผู้รักษาประตูเคปเวิร์ดคนนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ" ส่งผลให้โวซินญ่าขยับสถานะขึ้นเป็นคนดังระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนโปรแกรมที่จะต้องลงสนามพบกับ อุรุกวัย ในเกมนัดถัดไป