ปรากฏการณ์ในศึกฟุตบอลโลก 2026 นัดที่ ลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกใส่แอลจีเรีย แสดงให้เห็นว่าในค่ำคืนที่ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคกำลังพยายามส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจในโลกฟุตบอล แต่ชายวัยใกล้ 39 ปีรายนี้กลับส่งข้อความที่ทรงพลังยิ่งกว่ากลับไปว่า "ถ้าคิดจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง คุณก็ต้องข้ามศพเบอร์หนึ่งไปให้ได้ก่อน" และเขายังคงเป็นศูนย์กลางที่โลกฟุตบอลต้องหมุนรอบตัวเขาอยู่เช่นเดิม
เอ็มบัปเป้-ฮาลันด์ เขย่าบัลลังก์ก่อนโดนรุ่นใหญ่สั่งสอน
ก่อนหน้ามหากาพย์ที่แแคนซัสซิตีจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง คลื่นลูกใหม่อย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงฝรั่งเศสวัย 27 ปี เพิ่งจะทำสองประตูในเกมชนะเซเนกัล 3-1 แซงหน้าเมสซีขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลชั่วคราว ขณะที่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยอดกองหน้าชาวนอร์เวย์วัย 25 ปี ก็ประกาศศักดาในฟุตบอลโลกหนแรกของเจ้าตัวด้วยการเหมาสองประตูพาบ้านเกิดถล่มอิรัก 4-1
โลกฟุตบอลในขณะนั้นแทบจะเขียนสคริปต์รอต้อนรับราชาคนใหม่ และพร้อมจะตราหน้าเมสซีรวมถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัย 41 ปีว่าเป็นคนรุ่นเก่าที่กำลังจะตกยุค
ทว่าเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดที่สนามแอร์โรว์เฮด สเตเดียม เมสซีกลับเป็นฝ่ายทวงบัลลังก์คืนอย่างเบ็ดเสร็จ เขายิงแซงเอ็มบัปเป้กลับไปอีกครั้ง ก่อนจะเดินหน้ากดแฮตทริกทาบสถิติ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่ 16 ประตู และจารึกสถิติอันน่าทึ่งด้วยการเป็นทั้งผู้เล่นอาร์เจนตินาที่อายุน้อยที่สุดและอายุมากที่สุดที่ทำประตูได้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก