เนชั่นทีวี

ข่าว

วิเคราะห์กลุ่มดี "ฟุตบอลโลก 2026" พญาอินทรีแบกกดดันชนตุรกี

03 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์กลุ่มดี "ฟุตบอลโลก 2026" พญาอินทรีแบกกดดันชนตุรกี

เจาะลึกบทวิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มดี สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพแบกความกดดันหนัก ท้าชน ตุรกี เต็งหนึ่งกลุ่ม พร้อมตัวสอดแทรกจากออสเตรเลียและปารากวัย

ฟุตบอลโลก 2026 เดินหน้าเจาะลึกความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดย "กลุ่มดี" ซึ่งประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา (หนึ่งในสามชาติเจ้าภาพร่วม), ตุรกี (ทูร์เคีย), ออสเตรเลีย และ ปารากวัย นักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นการโคจรมาพบกันของหนึ่งในชาติเจ้าภาพ ยอดทีมยุโรปที่กำลังระเบิดฟอร์มเก่ง ทีมจอมแกร่งจากแดนใต้ และทีมอเมริกาใต้ที่คัมแบ็กกลับมาในรอบ 16 ปี

วิเคราะห์กลุ่มดี "ฟุตบอลโลก 2026" พญาอินทรีแบกกดดันชนตุรกี

1. ทีมชาติสหรัฐอเมริกา: เจ้าภาพร่วมที่แบกรับความคาดหวังว่านี่คือ "ทัวร์นาเมนต์ของพวกเขา"

ทัพ "พญาอินทรี" ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ถูกยกให้เป็นทีมที่ต้องเผชิญกับความกดดันมากที่สุดในกลุ่มดี เนื่องจากแม้ว่าพวกเขาจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดา แต่แฟนบอลในประเทศต่างคาดหวังและรู้สึกว่านี่คือฟุตบอลโลก "ในบ้านของพวกเขาอย่างแท้จริง" ซึ่งความสำเร็จเดียวที่แฟนบอลต้องการคือการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ลึกที่สุด

สหรัฐฯ เพิ่งเรียกความมั่นใจมาได้จากเกมนัดอุ่นเครื่องล่าสุดที่เฉือนเอาชนะทีมแกร่งจากแอฟริกาอย่างเซเนกัลมาได้ 3-2 โดยขุมกำลังชุดนี้เพียบพร้อมไปด้วยนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรป นำโดย คริสเตียน พูลิซิซ ปีกกัปตันทีมตัวเก่ง และโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าตัวเป้า ทว่าโปเชตติโนจำเป็นต้องบริหารจัดการความกดดันของลูกทีมให้ดีเพื่อไม่ให้ทีมสะดุดล้มในเกมนัดเปิดสนามที่จะพบกับปารากวัย

วิเคราะห์กลุ่มดี "ฟุตบอลโลก 2026" พญาอินทรีแบกกดดันชนตุรกี

2. ทีมชาติตุรกี: เต็งหนึ่งของกลุ่มกับการคัมแบ็กฟุตบอลโลกในรอบ 24 ปี

ทัพ "ไก่งวง" ทีมชาติตุรกี (ทูร์เคีย) ถูกยกให้เป็นทีมเต็งหนึ่งที่มีโอกาสคว้าแชมป์กลุ่มดีมากที่สุดในสายตาของนักวิเคราะห์ แม้ว่าพวกเขาจะหายหน้าไปจากเวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายยาวนานถึง 24 ปี (นับตั้งแต่ปี 2002 ที่คว้าอันดับ 3) แต่ปัจจุบันพวกเขากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างรุนแรงภายใต้สายเลือดใหม่ที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง

แกนหลักของตุรกีชุดนี้เต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งและซูเปอร์สตาร์ระดับท็อป นำโดย อาร์ดา กือแลร์ เพลย์เมกเกอร์อัจฉริยะจากเรอัล มาดริด และ เคนัน ยิลดิซ ตัวรุกฟอร์มแรงจากยูเวนตุส ประสานงานร่วมกับฮาคาน ชัลฮาโนกลู มิดฟิลด์กัปตันทีมจอมเก๋า โดยจุดเด่นของตุรกีคือเกมรุกที่ดุดันและเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะสามารถเก็บชัยชนะและตีตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างไม่ยากเย็น

วิเคราะห์กลุ่มดี "ฟุตบอลโลก 2026" พญาอินทรีแบกกดดันชนตุรกี

3. ทีมชาติออสเตรเลีย: จอมเหนียวจากแดนใต้ ผู้พร้อมสร้างความปั่นป่วนด้วยแทกติกรับลึก

ทัพ "ซอกเกอร์รูส์" ทีมชาติออสเตรเลีย ตีตั๋วเข้ามาลุยฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน โดยผลงานในฟุตบอลโลกปี 2022 พวกเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายก่อนจะพ่ายให้กับแชมป์โลกอย่างอาร์เจนตินา

ในฟุตบอลโลกหนนี้ ออสเตรเลียอยู่ภายใต้การคุมทีมของ โทนี โปโปวิช กุนซือจอมแทกติกที่เน้นระบบเกมรับที่เหนียวแน่นเป็นหลัก โดยมักจะใช้แผนการเล่นแบบ 5-4-1 เน้นการตั้งบล็อกแดนกลางขวางทางคู่แข่งและใช้การเข้าสกัดที่หนักหน่วงเพื่อทำลายจังหวะเกม คีย์แมนสำคัญยังคงพึ่งพาความเก๋าของ แมตต์ ไรอัน ผู้รักษาประตูกัปตันทีมที่จะลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นหนที่ 4 ทำหน้าที่บัญชาการเกมรับ ร่วมกับ แจ็กสัน เออร์วิน มิดฟิลด์หัวใจสำคัญ และ ไรลีย์ แม็กกรี เพลย์เมกเกอร์ที่มีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอล ทว่าจุดอ่อนสำคัญของออสเตรเลียคือเรื่องของเกมรุกที่ทำประตูได้น้อย (ยิงได้เพียง 16 ลูกจาก 10 นัดในรอบคัดเลือก) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าหากเกมรับของพวกเขาสามารถยันเสมอคู่แข่งและเก็บได้ 4 คะแนนจาก 3 นัด ก็มีโอกาสดีที่จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้อีกครั้ง

วิเคราะห์กลุ่มดี "ฟุตบอลโลก 2026" พญาอินทรีแบกกดดันชนตุรกี

4. ทีมชาติปารากวัย: การกลับคืนสู่เวทีระดับโลกในรอบ 16 ปี ด้วยจิตวิญญาณแห่งความนักสู้

ทัพ ทีมชาติปารากวัย สามารถสร้างปาฏิหาริย์หักปากกาเซียนคว้าตั๋วกลับมาลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี (นับตั้งแต่ปี 2010) โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากสมาคมฟุตบอลแต่งตั้ง กุสตาโว อัลฟาโร เข้ามาคุมทัพ ซึ่งเขาสามารถพาทีมระเบิดฟอร์มเก่งคว้าชัยชนะได้ถึง 11 จาก 12 นัดหลังสุดในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้

แทกติกของอัลฟาโรจะเน้นระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นความมีระเบียบวินัยในเกมรับและความดุดันในการเข้าปะทะสไตล์อเมริกาใต้ โดยทีมชุดนี้มีส่วนผสมของนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงและผู้เล่นประสบการณ์สูง แม้ว่าค่าเฉลี่ยอายุของทีมจะค่อนข้างมาก (รั้งอันดับ 42 จาก 48 ทีมในฟุตบอลโลกด้วยอายุเฉลี่ย 28.35 ปี) แต่ด้วยจิตวิญญาณนักสู้และการสวนกลับที่เฉียบคม นำโดย ฮูลิโอ เอนซิโซ ตัวรุกจากไบรท์ตัน และ มิเกล อัลมิรอน ปีกจอมเก๋า ปารากวัยพร้อมที่จะเปิดฉากบดขยี้กับสหรัฐฯ ในนัดแรกเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนในการลุ้นเข้ารอบ

 

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี (เวลาประเทศไทย)

นัดแรก (แข่งขันเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 13 และอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน)

  • สหรัฐอเมริกา พบ ปารากวัย | วันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. เวลา 08.00 น. (เช้า) | สนาม โลสแอนเจลิส สเตเดียม (แคลิฟอร์เนีย)
  • ออสเตรเลีย พบ ตุรกี | วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. เวลา 11.00 น. (สาย) | สนาม บีซี เพลส แวนคูเวอร์ (แคเนดา)

นัดที่สอง (แข่งขันเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน)

  • สหรัฐอเมริกา พบ ออสเตรเลีย | เวลา 02.00 น. (เช้ามืด) | สนาม ลูเมน ฟิลด์ (ซีแอตเทิล)
  • ตุรกี พบ ปารากวัย | เวลา 10.00 น. (เช้า) | สนาม ซานฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย สเตเดียม (แคลิฟอร์เนีย)

นัดที่สาม (แข่งขันเช้ามืดวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน) ลงสนามพร้อมกัน

  • ตุรกี พบ สหรัฐอเมริกา | เวลา 03.00 น. (เช้ามืด) | สนาม ยิลเลตต์ สเตเดียม (บอสตัน)
  • ปารากวัย พบ ออสเตรเลีย | เวลา 03.00 น. (เช้ามืด) | สนาม โซไฟ สเตเดียม (แคลิฟอร์เนีย)