เนชั่นทีวี

ข่าว

“วราวุธ”วางศิลาฤกษ์ “โครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย – ลาว”

21 ธ.ค. 2565 | thanita_boo

“วราวุธ”วางศิลาฤกษ์ “โครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย – ลาว”

“วราวุธ” ร่วมวางศิลาฤกษ์ “โครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย – ลาว” ที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมแลกเปลี่ยนความร่วมมือแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน

21 ธันวาคม 2565 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ หารือข้อราชการกับ นางบุนคำ วอละจิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว โดยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นมาตรการและความร่วมมือให้ประชาชนของ 2 ประเทศ

 

ให้เกิดความตระหนักรู้ และตื่นตัวกับปัญหาโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหารือความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model ที่ประเทศไทยได้ดำเนินการในส่วนที่มีความสำคัญไปแล้วทุกด้าน และเชื่อว่าการประชุมร่วมกันครั้งนี้จะทำให้การทำงานของ 2 ประเทศ เป็นไปอย่างราบรื่น และแนบแน่นมากยิ่งขึ้น 

 

“วราวุธ”วางศิลาฤกษ์ “โครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย – ลาว”

จากนั้น นายวราวุธ และคณะ ได้ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย – ลาว ณ โรงเรียนมัธยมสมบูนนาซอน บ้านนาซอน เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย - ลาว พ.ศ. 2561 – 2564 โดยทั้ง 2 ประเทศได้ให้ความเห็นชอบร่วมกันเมื่อปี 2560 และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งประเทศไทย ได้ดำเนินการจัดสร้างสวนรุกขชาติ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ลาว ไปแล้ว เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 ที่บ้านหนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย บนพื้นที่ถึง 60 ไร่ เป็นหนองน้ำธรรมชาติ 40 ไร่ และมีการปลูกพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น สะเดา คูณ ประดู่ ยางนา โสกเขา กันเกรา แคนา บุนนาค จำปี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับประชาชน

 

“วราวุธ”วางศิลาฤกษ์ “โครงการสร้างสวนรุกขชาติไทย – ลาว”

นายวราวุธ กล่าวแสดงความยินดี ในความร่วมมือระหว่างกัน และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ภายใต้บันทึกความเข้าใจของ 2 ประเทศ  เชื่อว่าผลสำเร็จนี้จะนำไปสู่การสานต่อความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน และประชาชน ทั้ง 2 ประเทศ พร้อมระบุว่าโครงการที่เกิดขึ้นจะเป็นแบบอย่าง ที่จะผลักดันไปยังกิจกรรมและความร่วมมืออื่น ๆ อีกหลายด้าน เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การวางแผนป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศและทางน้ำ การจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย การรับมือความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

 

นอกจากนี้ทั้ง 2 ประเทศ ยังมีความยินดีที่จะริเริ่มจัดทำบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กับกรมการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ ของ สปป.ลาว เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย โดย นายวราวุธ มั่นใจว่าการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของ 2 ประเทศจะเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น

 

ข่าวล่าสุด