เนชั่นทีวี

ข่าว

"วราวุธ"มอบนโยบายลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขอทุกคนช่วยกัน

16 ธ.ค. 2565 | thanita_boo

"วราวุธ"มอบนโยบายลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขอทุกคนช่วยกัน

ทส. จัดประชุมเครือข่ายองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และภาคีความร่วมมือ “วราวุธ” หวัง ทุกคนเดินหน้าต่อแม้เปลี่ยนรัฐมนตรี-รัฐบาล มอบนโยบายลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

16 ธันวาคม ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดประชุมเครือข่ายองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและภาคีความร่วมมือ เพื่อสื่อสารนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย รวมถึงแลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาสังคม จัดทำข้อเสนอต่อการแก้ไขและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี

 

ตัวแทนภาคประชาสังคม มอบ 5 ข้อเสนอหลัก หวังร่วมทำงานแบบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ คือ 1.สร้างกระบวนการเรียนรู้ ความรู้ และเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรื่องคาร์บอนเครดิต รวมถึงกิจกรรมที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 2.พัฒนากลไก ทั้งกลไกร่วมของภาคพลเมือง กองทุนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ทบทวนกฎหมายเก่าและพัฒนาออกกฎหมายใหม่ที่ก้าวหน้า  3.เปลี่ยนวิกฤตเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นโอกาสกับประชาชน ไม่ผลักภาระและไม่ซ้ำเติมกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มคนชายขอบ ที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อน  

4.การแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้องมองทั้งระบบ การแก้ไขปัญหาสอดคล้องและเข้าใจความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่  5.เห็นด้วยกับการมีหน่วยงานโดยตรงอย่าง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมารับผิดชอบ ซึ่งกรมต้องสร้างโอกาสของการเปลี่ยนแปลง ปรึกษาหารือกัน เชื่อมโยงการทำงาน ในทุกมิติทุกหน่วยงาน

 

นายวราวุธ รับข้อเสนอ ก่อนกล่าวขอบคุณที่เห็นความสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของทุกคน ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย และที่สำคัญทุกคนเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหามันไม่ใช่หน้าที่ของแค่กระทรวง หรือใครคนใดคนหนึ่งเพียงเท่านั้น ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน ยืนยันว่าในส่วนของกระทรวงเอง ก็ได้ทำตามนโนบายที่วางไว้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเราต้องเดินไปด้วยกัน”

“ทุกคนเป็นเสมือนแขนขา ที่คอยนำนโยบายของตนและนายกรัฐมนตรีไปปรับใช้ อีกไม่นานก็จะถึงการเลือกตั้งแล้วต้องมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานต่อ จะต้องมีรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามา แต่รัฐมนตรีคนใหม่จะชื่ออะไรก็แล้วแต่ หรือตนจะได้กลับมาเป็นอีกไหม ก็คงอยู่ที่โชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วว่าจะได้กี่คะแนน ได้จำนวนเสียงเท่าไหร่ แต่ขอให้ทุกคนตั้งมั่นช่วยกันแก้ไขปัญหากันต่อไปเพื่อลูกหลายของเรา” นายวราวุธ กล่าว

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยต่อว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 27 พร้อมกับจัดส่งยุทธศาสตร์ระยะยาว โดยได้ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ.2050 บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2065 เพิ่มเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเป็นร้อยละ 40 ภายในปี ค.ศ.2030 เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ.2050 สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเชิงพาณิชย์ก่อนปี ค.ศ.2040 ส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนในอุตสาหกรรมปูนชีเมนต์ และอยู่ระหว่างนำร่องวิธีการปลูกข้าวทางเลือกแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รวมถึงกำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภท เป็นร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศเพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกภายในปี ค.ศ.2037 อีกทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566 - 2570) ก็ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดตัวชี้วัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบเคียงกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกปกติที่คาดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการผลักดันให้การขับเคลื่อนแผนเป็นไปตามเป้าหมาย

 

นายวราวุธ ยืนยันว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนในการปรับตัวเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ.Climate Change การพัฒนากลไกทางการเงินที่ได้ปรับกรอบทิศทางการสนับสนุนเงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม (พ.ศ.2566 - 2570)

 

โดยเปิดกรอบสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจัดประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย Thailand Climate Action Conference หรือ TCAC เพื่อแสดงศักยภาพและความสามารถของคนไทย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกคนได้รับผลกระทบ ดังนั้นถือเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในประเทศไทยตั้งแต่ภาคประชาสังคมลงไป จนถึงระดับหมู่บ้าน ระดับครัวเรือน และประชาชนทุกคน

 

ทั้งนี้นายวราวุธ ยังได้เดินชมบูธจัดแสดงสินค้าของภาคีเครือข่าย ชิมเมี่ยงคำไส้แห้ง ,ชิมละมุดจากเครือข่ายตำบลคลองกระจก จังหวัดสุโขทัย ,พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านต่างๆ รวมถึงชมนิทรรศการด้วย


 

ข่าวล่าสุด