ในด้านการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ปี 2565 มีสถานศึกษารวม 704 แห่ง ในภาพรวมเด็กยโสธรมีพัฒนาการที่สมวัยร้อยละ 95.5, IQ 91.9, EQ 67.6 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศทั้งสิ้น
ในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ก็ล้วนอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอยู่มาก กล่าวคือ ปี 2563 คะแนน O-NET ระดับ ป.6 มีค่าเฉลี่ย 32.2 ระดับอาชีวศึกษา V-NET ปวช. เฉลี่ย 41.8 และการศึกษานอกระบบ N-NET เฉลี่ย 49.9 (จากคะแนนเต็ม 100)
ตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจังหวัด ในภาพรวมดัชนีการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDG) ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ เช่นเดียวกับดัชนีความก้าวหน้าการพัฒนาคน(Human Achievement Index – HAI)
เกษตรอินทรีย์และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ประชากรส่วนใหญ่ของยโสธรเป็นเกษตรกร ทำนา ปลูกพืชและเลี้ยงปศุสัตว์ พื้นที่ทางการเกษตร 2.6 ล้านไร่ พืชเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน แตงโม ถั่วลิสง ข้าวโพด หอมแดง ส่วนปศุสัตว์หลัก คือโคเนื้อ กระบือ สุกร ไก่ เป็ด แพะ
ยโสธรเป็นพื้นที่ต้นแบบเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยแห่งหนึ่งของประเทศ มีทั้งข้าวอินทรีย์ ประมงอินทรีย์ ปศุสัตว์อินทรีย์ และการปลูกพืชผสมผสาน ปี 2564 รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ได้ 4.3 แสนไร่ เกษตรกร 5.5 หมื่นราย ตั้งเป้าหมายปี 2570 จะเพิ่มขึ้นให้ได้อีก 4.2 แสนไร่
"ยโสธร"กำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ควบคู่ไปกับการเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์
เอกลักษณ์ที่มีแห่งเดียวในโลก
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เสาหลักเมือง 3 หลัก
พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อาคารรูปทรงคางคกที่ใหญที่สุดในประเทศไทย ตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็นรูปคางคกขนาดยักษ์ โดยมีนิทรรศการภายในบอกเรื่องเกี่ยวกับที่มาของบั้งไฟ และนิทรรศการแสดงคางคกที่พบได้ในเมืองไทยกว่า 20 ชนิด
วัดมหาธาตุ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาตั้งแต่แรกสร้างเมือง
พระพุทธบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง พระพุทธรูปประจำเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุด
พระอัฐธาตุพระอานนท์ หนึ่งเดียวในประเทศไทย คู่กับประเทศอินเดีย
พระพุทธรูปหยกขาว ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วัดพระพุทธบาท
โบสถ์คริสบ้านซ่งแย้ โบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีอายุถึง 100 ปี มีชื่อเต็มว่า “วัดอัครเทวดามีคาแอล”
ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก หนึ่งเดียวในโลก ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ของชาวอำเภอมหาชนะชัย เป็นประเพณีที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวันมาฆะบุชาทุก
ย่านเก่าบ้านสิงห์ท่า เป็นย่านการค้าตั้งแต่สมัยโบราณและได้เจริญขึ้นเมื่อสมัยฝรั่งเศสเข้ามามี อิทธิพลมากในภูมิภาคนี้ ในช่วงนั้นเองผู้ที่มีฐานะดี มีการนำเข้าช่างฝีมือจากเวียดนามจำนวนมากเข้ามาสร้างบ้านเรือน ทำให้บ้านเรือนมีรูปแบบศิลปกรรมแบบจีนผสมยุโรปที่งดงาม
"พระธาตุก่องข้าวน้อย" เป็นเจดีย์เก่าแก่ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่วัดทุ่งสะเดาบ้านสะเดา ตำบลตาดทองอำเภอเมืองจังหวัดยโสธร เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงแปลกไปจากเจดีย์โดยทั่วไป
ประวัติของการสร้างธาตุแห่งนี้เกี่ยวข้องกับนิทานพื้นบ้านโบราณ เรื่องชายคนหนึ่งที่หิวอาหารจนหน้ามืดทำร้ายมารดาจนเสียชีวิต สุดท้ายสำนึกผิดขอบวชและสร้างองค์ธาตุเพื่อไถ่บาป เป็นที่มาของคำว่า "กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่"