3.นายกฯค่อนข้างโดดเดี่ยวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปลายรัฐบาล แทบไม่มี ส.ส.เป็นองครักษ์ ยกเว้น "ดร.แด๊ก" ขุนพลคู่ใจ ส่วน ส.ส.พลังประชารัฐ เกือบทั้งหมดวางเฉย
4.ผิดกับภูมิใจไทย ที่มีทีมองครักษ์โต้แทนรัฐมนตรีเยอะมาก
5.มีการเมืองย่อยๆ ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองแฝงอยู่ในศึกอภิปรายทั่วไป
-ประชาธิปัตย์ นอกจากจะประกาศตัวเป็นองค์ประชุม 100% แล้ว ยังชื่นชมฝ่ายค้านอภิปรายดี เพราะงานนี้ตัวเองไม่โดนอะไร
-เป้าหมายสำคัญของการอภิปราย คือ นายกฯ กับรัฐมนตรีของภูมิใจไทย ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งของประชาธิปัตย์ ในภาคใต้ และ กทม.
**ที่สำคัญพรรคใหม่ลุงตู่ คือ "รวมไทยสร้างชาติ" เป็นคู่แค้นของประชาธิปัตย์ ส่วนภูมิใจไทย ก็ขบเหลี่ยมกันเรื่องกัญชา
-พรรคเพื่อไทยแตะ "ลุงป้อม" น้อยมาก เรียกว่าผิวๆ มีแต่ก้าวไกลที่จัดหนัก 3ป. สะท้อนให้เห็น "ดีลลับ" และข้อตกลงทางการเมืองค่อนข้างเด่นชัด
-ก้าวไกลหวังให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นแรงส่งให้สังคมเห็นว่า พรรคตนของจริง เอาจริง ทั้งต่อสู้เผด็จการ ต่อสู้ 3ป. และทำงานหนักในสภา ผิดกับเพื่อไทย
-เพื่อไทยเล่นบทชิลล์ ลอยตัว เพราะมั่นใจยังไงก็แลนด์สไลด์ หรือได้ที่ 1 แน่ๆ จึงเน้นรักษาพันธมิตรการเมือง ระวังไม่ให้โดนสวน เพื่อรักษารูปมวย รอตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง