หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้ดำน้ำลงไปใช้ลวดสลิงผูกติดกับท้ายรถยนต์กระบะของ นายโมทย์ ที่จมอยู่ก้นคลองชลประทาน และใช้รถลากพยายามดึงรถขึ้นมาจากน้ำ พบว่า มีถุงพลาสติกกระสอบถุงปุ๋ยหลายถุงลอยออกมาจากรถ อาสาสมัครชุดประดาน้ำจึงได้ว่ายเข้าไปเก็บถุง ตรวจสอบ พบว่า ภายในกล่องพลาสติกสีดำ มียาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกถุงละ 100 เม็ดซุกซ่อนอยู่จำนวน 3 ถุง รวม 300 เม็ด และยังพบอุปกรณ์การเสพยาอีกจำนวนมากอยู่ภายในถุงปุ๋ย
จากการตรวจสอบสภาพรถ พบร่องรอยกระสุนเข้าที่บริเวณกระจกหน้าบริเวณที่นั่งฝั่งคนขับจำนวน 1 นัด รูกระสุนเจาะเข้าที่บริเวณประตูหน้าฝั่งผู้โดยสารด้านซ้ายจำนวน 1 นัด ประตูหลังฝั่งผู้โดยสารด้านซ้ายจำนวน 3 นัด และพบร่างของนายโมทย์ นั่งเสียชีวิตติดอยู่บริเวณเบาะคนขับ โดยบาดแผลถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณกลางกะโหลกศีรษะจำนวน 1 นัด เสียชีวิตทันที
นอกจากนี้ภายในรถ ยังพบอาวุธปืนแบบลูกโม่จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนแบบ automatic อีกจำนวน 1 กระบอกตกอยู่ใกล้กับร่างของนายโมทย์ และเบาะด้านหลังพบถุงบรรจุยาเสพติดจำนวนเกือบ 20,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน และรอให้เจ้าหน้าที่อัยการจังหวัด นายอำเภอท่าม่วง แพทย์ และผู้แทนฝ่ายตำรวจเข้าตรวจสอบพร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง
พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับมาพบว่า นายโมทย์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเป็นเอเย่นค้ายาบ้ารายใหญ่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง หลังจากนี้ก็จะได้มีการสืบสวนขยายผลเพื่อดูว่า ยังมีเครือข่ายของนายโมทย์ อยู่ในพื้นที่อีกจำนวนเท่าใด รวมถึงตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องก็จะได้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป