เนชั่นทีวี

ข่าว

"อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้

08 พ.ย. 2569 | natthanan_chu

"อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้

"อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้ ปลุกคนไทยเลิกนิ่งเฉย ลุกขึ้นทวงคืนแผ่นดิน-รื้อกฎหมายขายชาติ

"อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้ ปลุกคนไทยเลิกนิ่งเฉย ลุกขึ้นทวงคืนแผ่นดิน-รื้อกฎหมายขายชาติ

KEY

POINTS

  • สลัดความนิ่งเฉยลุกขึ้นต่อสู้: ประชาชนต้องเลิกเป็นกลาง ออกมาขับไล่นักการเมืองแสวงประโยชน์ก่อนชาติพินาศ
  • รื้อทบทวน-ยกเลิกกฎหมายขายชาติ: จี้ผู้นำใหม่ยึดทรัพย์คนโกง ยกเลิก FTA เสียเปรียบ และดึงรัฐวิสาหกิจคืนเป็นของรัฐ   
  • 4 คุณสมบัติผู้นำที่ประเทศต้องการ: ต้องกล้าหาญ มีคุณธรรม ปกป้องเศรษฐกิจไทย และมุ่งสร้างทรัพยากรมนุษย์

8 พฤศจิกายน 2569 นายอัมรินทร์ คอมันตร์ นักธุรกิจชื่อดังที่เคยมีบทบาทเคลื่อนไหวต่อต้าน "กฎหมายขายชาติ" รวมถึงยังเป็นหลานของ นายถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้มีบทบาทร่วมก่อตั้งประชาคมอาเซียน วิเคราะห์การเมืองว่า 

 

รัฐบาลที่เราต้องการ

 

 

"อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้

 

"อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ชี้ 4 คุณสมบัติ "รัฐบาลที่เราต้องการ" กอบกู้ชาติก่อนสายเกินแก้ 

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประชาชนปล่อยให้นักการเมืองใช้อำนาจบริหารบ้านเมือง จนนักการเมืองและผู้บริหารประเทศเป็นจำนวนไม่น้อย ลืมไปว่าตนเองนั้นอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน

 

คนส่วนใหญ่มักจะคิดแต่เพียงว่า หน้าที่ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย คือการไปหย่อนบัตรเลือกตั้งแล้วกลับบ้าน อีก 4 ปี ค่อยมาหย่อนใหม่ ในช่วงนั้นผู้บริหารประเทศ นักการเมืองจะย่ำยีประชาชนและประเทศชาติอย่างไรไม่สน   

ขณะเดียวกันพวกผู้บริหารประเทศและนักการเมืองบางคนเห็นโอกาสที่ประชาชนเผลอ พอได้อำนาจขึ้นมามักจะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบให้ตนเอง ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด

 

จากพฤติกรรมดังกล่าวของผู้บริหารประเทศและนักการเมืองบางคน คนไทยพอจะเห็นได้แล้วว่า มีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา เช่น กิจการธนาคารซึ่งถือว่าเป็นเส้นโลหิตที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศตกอยู่ในมือต่างชาติกว่าครึ่งแล้ว รัฐวิสาหกิจถูกนำออกมาขายและแสวงหาผลประโยชน์มหาศาล ตลาดหุ้นกว่า 40% อยู่ในมือของนักธุรกิจการเมืองและต่างชาติ เหมือนกับอาร์เจนตินา ฯลฯ

 

กิจการค้าธุรกิจแทบทุกแขนงของคนไทยถูกทุนข้ามชาติเข้ามาแย่งและครอบงำ แผ่นดินไทยตั้งแต่ใต้จรดเหนือถูกต่างชาติเข้ามาครอบครองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

การทำเอฟทีเอกับจีน ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างมหาศาล การใช้อำนาจรัฐควบคุมสื่อ ปิดบังความจริง ปิดหูปิดตาประชาชน รวมทั้งให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และใช้สื่อเพื่อสร้างฐานความมั่นคงทางการเมืองของพวกตน รวมทั้งการเข้าไปครอบงำองค์กรอิสระต่างๆ ภาครัฐและเอกชนส่วนใหญ่อยู่ใต้อำนาจตน วันนี้คนไทยได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว

 

เมื่อถึงเวลานี้คนไทยมีทางเลือกอยู่สองทาง ทางแรกคืออยู่เฉยๆ หรือคำพูดเพราะๆ ที่คนชอบลอยตัวอยู่เหนือปัญหามักจะนำมาใช้เสมอคือ "วางตัวเป็นกลาง" อยู่เฉยๆ ไปตามสบาย จนกว่าจะไม่มีอะไรเหลือเหมือนอย่างอาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์ เปรู

 

ทางที่สองคือตื่นขึ้นมา แล้วลุกขึ้นต่อสู้ พวกไหนทำไม่ดีก็ต้องไล่ออกไป พวกไหนทำดีก็ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนในขณะที่ยังมีอะไรเหลือ

 

การชุมนุมของคนไทยอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมาทำให้นึกถึงประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อประธานาธิบดีมาร์กอส ผู้ปล้นชาติและประชาชน แสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบอย่างมหาศาลให้แก่ตนเองและพวกพ้อง 

 

ในที่สุดประชาชนนับแสนก็ออกมาชุมนุมบนถนน Edsa และเดินไปขับไล่ที่ทำเนียบมาลากันยังโดยไม่มีกองทัพเข้าไปสนับสนุนประชาชนเพราะกองทัพอยู่ใต้บังคับบัญชาของนายทหารญาติผู้ใกล้ชิดกับมาร์กอส

 

คงมีแต่พลเอกรามอสซึ่งเป็นหมายเลขสองในกองทัพที่กล้ากระโดดออกมาเดินเคียงข้างประชาชน ซึ่งภายหลังเขาได้เป็นประธานาธิบดีถึงสองสมัยและมีพันเอกกริงโก (Gringo) ยกกำลังทหารมาแต่ไม่กี่ร้อยคนมาเดินเคียงข้างประชาชน และประชาชนนับหมื่นนับแสนนั้นไม่ได้มากไปกว่าที่ลานพระรูปเท่าไรเลย สามารถไล่คนเลวออกจากการบริหารประเทศไปได้

 

แต่ที่น่าเสียดายคือพวกเขาออกมาขับไล่รัฐบาลมาร์กอส หลังจากประเทศชาติแทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว

 

เนื่องจากปัญหาของบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และจริยธรรมได้ถูกหมักหมมไว้มาก จึงจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดและตั้งหลักใหม่กันเสียทีสักระยะหนึ่ง

 

ผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญๆ และเป้าหมายหลักในการบริหารประเทศ เช่น

 

1. มีความกล้า กล้าที่จะจัดการอย่างจริงจังกับพวกที่โกงชาติ โกงประชาชน ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเด็ดขาด ยึดทรัพย์เข้าสู่รัฐและสร้างมาตรการป้องกันและลงโทษอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับอนาคต

 

กล้า ที่จะยกเลิกกฎหมายขายชาติที่สร้างความวิบัติให้แก่คนไทยในด้านการทำมาหากิน กฎหมายที่เกี่ยวกับการขายรัฐวิสาหกิจ กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกฎหมายที่เปิดทางให้ต่างชาติเข้าครอบงำแผ่นดินและอสังหาริมทรัพย์ของไทย รวมทั้งการยกเลิกแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

 

กล้า ที่จะเอารัฐวิสาหกิจที่ขายไปแล้วด้วยความฉ้อฉล คืนมาเป็นสมบัติของชาติอย่างเดิมแล้วช่วยกันปรับปรุงให้ดีขึ้น

 

กล้า ที่จะเลิกสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่ไทยเสียเปรียบ และยกเลิก เอฟทีเอ ที่ทำกับจีน ออสเตรเลีย ฯลฯ ที่สร้างความวิบัติให้คนไทย

 

กล้า ที่จะปกป้อง ส่งเสริม การทำกินของคนไทยทุกสาขา ไม่หวั่นเกรงแรงผลักดันของต่างชาติ หรือองค์การการค้าระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักการที่จะให้คนไทยสามารถยืนอยู่บนขาตนเองได้ พึ่งตนเองได้ และมีเศรษฐกิจแบบพอเพียง

 

กล้า ที่จะแก้ไขปัญหาภาคใต้ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

2. ต้องมีคุณธรรม ยึดมั่นและส่งเสริมในจริยธรรมและหลักศาสนา ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงาม มีความซื่อสัตย์ มีความผูกพันต่อประเทศชาติและประชาชน และสถาบันกษัตริย์อย่างแท้จริง

 

3. ปกป้องประเทศชาติ ประชาชน เอากิจการธนาคาร กิจการอุตสาหกรรม ภาคบริการ และการขายปลีกขายส่ง กิจการที่ตกอยู่ในมือต่างชาติ อะไรที่เคยเป็นของรัฐก็เอากลับมาเป็นของรัฐ อะไรเคยเป็นของเอกชนก็เอากลับมาเป็นของไทย หากจะมีการร่วมทุนก็ให้หุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือคนไทย และให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเสริมสร้าง เศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดีของคนไทยทุกสาขา

 

4. สร้างทรัพยากรมนุษย์ ความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย สถาบันการศึกษาต้องเน้นภาษาไทย ขนบธรรมเนียมอันดีงามและจริยธรรมเป็นหลัก มุ่งสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและผูกพันต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง รวมทั้งการส่งเสริมเกียรติศักดิ์ศรี สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครูบาอาจารย์

 

คนไทยที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม มีประสบการณ์และภูมิหลังที่ดี มีความผูกพันต่อประเทศชาติและประชาชน ยังมีอีกมาก

 

ข้อสำคัญเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วถ้าไม่ดำเนินการบริหารประเทศตามแนวทางตัวอย่างดังกล่าวข้างต้น ผลที่ตามมาก็จะไม่มีอะไรดีขึ้นหรือจะแย่ลงกว่าเดิมอีก

ผู้นำคนต่อไปถ้าได้เข้าเฝ้าฯ รับพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผู้นำประเทศและคณะควรที่จะมาที่ท้องสนามหลวง แล้วให้สัตย์ปฏิญาณต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต่อหน้าที่ชุมนุมชนว่า จะบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างน้อยตามแนวทางข้างต้น

 

สุดท้ายประชาชนจะต้องคอยเฝ้าดูการบริหารประเทศอย่างใกล้ชิด ผิดไปจากนี้ขอให้ประชาชนไล่ออกและรับโทษอย่างหนักในฐานะที่ทรยศต่อประชาชนและประเทศชาติ

 

อัมรินทร์ คอมันตร์
เอาประเทศไทยของเราคืนมา! 

 

ข่าวล่าสุด