ขณะที่ในมิติทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีจะหยิบยกเรื่องใหญ่ที่ประชาชนกำลังเผชิญ คือ สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ผันผวน พร้อมเปิดแนวคิดการผลักดันการใช้พลังงานชีวภาพอย่าง B20 และ E20 เพื่อเชื่อมโยงการลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ทั้งผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง หลังพบว่ายอดการใช้ไบโอดีเซลในประเทศเริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ อีกช่วงที่น่าจับตาคือสัญญาณบวกจากนักลงทุนต่างชาติ โดยนายกรัฐมนตรีจะเปิดเผยเบื้องหลังการหารือร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมเล่าถึงปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยยังคงถูกมองว่าเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญ ทั้งในเรื่องของทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนแผนการขยายธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติที่เริ่มมองไกลไปถึงระยะหลายเฟสข้างหน้า
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีพร้อมตอบคำถามในประเด็นการเมืองที่กำลังร้อนแรง โดยเฉพาะกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “น้ำเงินกินรวบ” ความสัมพันธ์กับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ข้อกล่าวหาเรื่องรัฐบาลพยายามเตะถ่วงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตลอดจนยืนยันความพร้อมของรัฐบาลในการเข้ารับการตรวจสอบจากทุกฝ่ายตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างเต็มที่