ศ.พิเศษ จรัญ ให้ความเห็นว่า การขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของศาลฎีกา “ใช้ไม่ได้เลย” เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจก้าวล่วงหรือตรวจสอบการใช้อำนาจของศาลฎีกา ทั้งสองศาล รวมถึงศาลปกครองสูงสุด ต่างมีความเป็นอิสระจากกัน
ส่วนกรณีที่ กกต.อ้างช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (1) (2) นั้น ศ.พิเศษ จรัญ อธิบายว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 44 กำหนดเงื่อนไขว่า ปัญหาต้องเกิดขึ้นจริง และต้องเป็นข้อขัดแย้งระหว่างองค์กรอิสระด้วยกัน หรือระหว่างองค์กรอิสระกับคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภา เขาเห็นว่าบทบัญญัตินี้ไม่ครอบคลุมกรณีองค์กรอิสระขัดแย้งกับศาล
หาก กกต.เห็นว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจรับคำร้อง ศ.พิเศษ จรัญ เสนอให้ กกต.ยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย แล้วขอให้ศาลฎีกาส่งประเด็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เขาเห็นว่า กกต.ไม่ควรยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง
ศ.พิเศษ จรัญ คาดว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่น่ารับคำร้องไว้พิจารณา เพราะไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย พร้อมแสดงความกังวลว่า หากองค์กรอิสระสามารถยื่นตรวจสอบอำนาจศาลได้โดยตรง อาจทำให้ระบบกฎหมายและการอำนวยความยุติธรรมสับสน และกระทบความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ