เนชั่นทีวี

ข่าว

"อาสพลธ์" จี้ สถ.เร่งส่งข้อมูล 5,925 รายให้ ป.ป.ช.-ปปง.สอบต่อ

11 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

"อาสพลธ์" จี้ สถ.เร่งส่งข้อมูล 5,925 รายให้ ป.ป.ช.-ปปง.สอบต่อ

"อาสพลธ์" ติดตาม DSI สอบทุจริตท้องถิ่นศรีสะเกษ พบโยงโควตาเงินสะพัด 300 ล้าน - ย้ำผู้เสียหายแจ้งความก่อน 20 ส.ค.นี้ - จี้ สถ.เร่งส่งข้อมูล 5,925 รายให้ ป.ป.ช.-ปปง.สอบต่อ

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เข้าสังเกตการณ์ที่ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้เรียกผู้ต้องหาและผู้เสียหายจากคดีเรียกรับเงินการทุจริตการสอบท้องถิ่นมาให้ปากคำ โดยในมีผู้ต้องหามาสอบปากคำ 3 คน ได้แก่ นายประยูร เดชหาญ, นายณัฐกฤต ไตรรัตน์ และนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ เฮง และผู้เสียหายซึ่งเป็นคนที่จ่ายเงิน คือ นายบุญร่วม วรรณวงษ์ ซึ่งก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง เข้ามาสอบสวนในพื้นที่ ตนได้ยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกหน่วยงานที่มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ที่รัฐสภา เพื่อย้ำว่า การทุจริตไม่ได้มีแค่ 5,925 ราย แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งระดับล่างสุดที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่สอบไม่ผ่าน ซึ่งได้มาแจ้งความไว้ จำนวน 19 คดีที่ศรีสะเกษ ซึ่งเบื้องต้น ได้เชิญผู้ต้องหาและผู้เสียหามาสอบปากคำ โดยมีผู้ต้องหามาแล้วจำนวน 3 คน จากการสอบสวนปรากฏว่า นายประวิทย์ หรือ เฮง ที่เป็นผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ที่สังคมบอกว่าต้องมีนักการเมืองระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คือคนนี้

 

นายอาสพลธ์ ยังย้ำว่า ใครที่จ่ายเงินให้มาแจ้งความ เพราะยังมีโอกาสได้เงินคืน เพราะนายหน้าพวกนี้เริ่มกลัว โดยจะติดต่อคนที่จ่ายเงิน เพราะถ้าวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ไม่จ่ายเงินคืนจะโดนคดีหนัก

นายอาสพลธ์ ยังเปิดเผยว่า 19 คดีที่ศรีสะเกษ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการท้องถิ่น ระดับปลัด อบต.ระดับ ผอ.ต่าง ๆ ซึ่งเมื่อปรากฏเป็นข่าวแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้สอบถามไปยังตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด จะดำเนินความผิดทางวินัยต่อ และจะเห็นว่า เหตุการณ์วันนี้ไม่มีแค่ 19 คดี เพราะจากข้อมูลที่ปรากฏในวันนี้ มีผู้ถูกหลอกลวงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 600-700 คน แสดงว่า มีผู้เสียหายอีกเป็นร้อยที่ได้รับผลกระทบ และยังไม่ได้มาแจ้งความ และเชื่อว่า ไม่ได้มีเพียงศรีสะเกษจังหวัดเดียว เพราะผู้มาให้ปากคำบอกว่า เขารับเงินเสร็จ เขานำเงินไปจ่ายให้ใครบางคนที่ส่วนกลาง โดยเอาเงินสดไปจ่าย เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ เป็นเงิน 300 ล้านบาท ถ้า 77 จังหวัดอาจจะเป็นหมื่นล้านก็ได้ ไม่ใช่ 4,000-5,000 ล้านบาทอย่างที่ออกข่าว ดังนั้น จึงหวังว่า ศรีสะเกษ จะเป็นโมเดลแรกในการขยายผลต่อไป ซึ่งกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอข้อมูลรื้อคดีจากโรงพักทั่วประเทศ และจะส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อ

นายอาสพลธ์ ยังระบุว่า หลัง DSI มาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว ตนจะขอข้อมูล เพื่อส่งให้กับ ปปง.เพราะเป็นความผิดมูลฐาน และนำคนผิดมาลงโทษในคดีแพ่ง แยกกับส่วน DSI ซึ่งเป็นคดีอาญา หากพบว่า เป็นการหลอกลวงก็จะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน หรือ หากปรากฏหลักฐานที่ทำเป็นกระบวนการ ก็อาจเข้าข่ายเป็นความผิดข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร และสุดท้ายถ้า DSI สามารถสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ข้อเท็จจริงมาโยงกับคดีใหญ่ส่วนกลาง คดีที่จังหวัดศรีสะเกษ จะผูกรวมเข้าไป ป.ป.ช.นอกจากมีรายชื่อ 6,000 กว่า ยังจะเพิ่มเข้าไปในคดีใหญ่อีก

 

นายอาสพลธ์ ย้ำว่า ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ทำ MOU 5 หน่วยงานแล้ว ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ส่งรายชื่อ 5,925 รายให้กับคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. และได้ส่งต่อให้คณะกรรมการกลาง เพื่อส่งให้กองจังหวัดทั่วประเทศแล้ว ดังนั้น จึงมีคำถามว่า 5,925 ราย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะส่งให้กับ ปปง. และ ป.ป.ช. รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำ MOU ด้วยเมื่อใด เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้มาผนวกข้อมูลรวมกัน เพราะถ้าข้อมูลหลักอยู่ที่ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช.ส่งมาให้ ปปง. 200 ราย ปปง.ก็ตรวจได้แค่ 200 ราย แต่ผู้ทุจริตมี 5,925 ราย จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่งข้อมูลให้ ปปง. เพื่อตรวจสอบต่อด้วย เพราะจะเอาผิดคนเพียงไม่กี่คนไม่ได้ เพราะอาจจะเป็นการตัดตอน และถ้า ปปง. สอบ 5,925 คน เงินโยงไปโยงมาจนถึงระดับ 11 หรือ สูงกว่านั้น ก็ต้องว่ากันไป และต้องจัดการทั้งหมด

ข่าวล่าสุด