จากประสบการณ์ที่พร้อมกันนี้ด้วยทีมงานคุณภาพ ที่ร่วมกันกำหนดแนวนโยบายเพื่อขับเคลื่อนสภาวิชาชีพบัญชี ให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือ ผ่าน 5 ภารกิจหลักหมุดหมายการทำงานของทีมเบอร์ 2 กับ 5 นโยบายหลัก ได้แก่
1.การเปิดพื้นที่ให้นักบัญชีจากทุกภูมิภาค มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการทำงานของสภาวิชาชีพบัญชี
2.ปฏิรูปการบริหารและการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้สมาชิก เช่น การนำค่าธรรมเนียมสมาชิกมาเป็นส่วนลดในการเข้าอบรม CPD และการยื่น CPD แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านเอกสารของนักบัญชีที่ต้องรักษาสถานะใบอนุญาตในแต่ละปี
3.กำหนดมาตรฐานบริการวิชาชีพและค่าบริการขั้นต่ำเพื่อยกระดับคุณภาพงานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับวิชาชีพในสายตาของภาคธุรกิจและสังคม
4.สร้างศูนย์องค์ความรู้ (Knowledge Center) เพื่อร่วมกับสมาชิกในการพัฒนาและแบ่งปันความรู้ รวมถึงเครื่องมือต่างๆ ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทกับงานบัญชีอย่างรวดเร็ว โดยศูนย์แห่งนี้จะรวบรวมฐานความรู้ทางบัญชี ภาษี และวิชาชีพ พร้อมระบบค้นหา Case Study แบบฟอร์ม Working Paper และเครื่องมือที่ช่วยลดเวลาทำงาน และ 5.ปรับบทบาทสภาวิชาชีพบัญชีให้ทำงานเชิงรุก ในการแสวงหาและปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกอย่างจริงจัง แทนที่จะเป็นเพียงหน่วยงานที่ตั้งรับ
วรวิทย์ ระบุว่า ยกตัวอย่างของงานที่จะต้องเร่งดำเนินการ คือ นโยบายค่าบริการขั้นต่ำที่เราจะเร่งดำเนินการ เกิดจากปัญหาสำนักงานบัญชีและนักบัญชีอิสระตัดราคากันเอง ซึ่งกระทบทั้งนักบัญชีรายเล็กที่ต้องแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และผู้ประกอบการที่เลือกจากราคาถูกแล้วอาจได้งานไม่ครบถ้วน ถูกทิ้งงาน หรือมีภาระภาษีย้อนหลัง จึงต้องแก้ปัญหาควบคู่กันหลายด้าน ทั้งสร้างมาตรฐานบริการ ให้ความรู้ผู้ประกอบการในการเลือกนักบัญชี และยกระดับคุณภาพผู้ทำบัญชี เพื่อค่อยๆ เปลี่ยนการแข่งขันจาก ‘ราคาถูกกว่า’ ไปสู่ ‘บริการดีกว่า’ ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อนักบัญชีรายเล็กและสำนักงานบัญชีขนาดเล็ก
“นโยบายข้างต้นนี้จะเป็นปัจจัยในการช่วยให้สมาชิกทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะนักบัญชีในองค์กรและสำนักงานบัญชี/สอบบัญชีขนาดเล็กที่ขาดงบลงทุนระบบหรือทีมไอที สภาฯ จึงควรเข้ามาเติมช่องว่างนี้ให้สมาชิกเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนนักบัญชีรุ่นใหม่ให้มีโอกาสทำงานและพัฒนาฝีมือทันยุคเทคโนโลยี ”
นโยบายเหล่านี้มุ่งเน้นตอบสนองต่อสถานการณ์จริงที่วิชาชีพบัญชีไทยกำลังเผชิญ ทั้งภาวะเศรษฐกิจผันผวนจากต้นทุนพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อธุรกิจทุกขนาด รวมถึงเทคโนโลยีอย่าง RPA และ AI ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักบัญชีจากผู้บันทึกข้อมูลซ้ำๆ ไปสู่ผู้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ การมีศูนย์องค์ความรู้และการปฏิรูปการบริการของสภาฯ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้สมาชิกทุกคนก้าวทันความเปลี่ยนแปลงนี้ไปด้วยกัน
e-Voting ครั้งแรกในประวัติศาสตร์: สภาวิชาชีพบัญชีไทยจัดเลือกตั้งนายกสภาฯ วาระปี 2569-2572 ในวันที่ 15 ส.ค. 2569 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือเพื่อความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย
"วรวิทย์ เจนธนากุล" นำทีมเบอร์ 2 ชิงชัย: อดีตประธาน AFA นำทีมผู้เชี่ยวชาญและคนรุ่นใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง ชูแนวคิด "เชื่อมั่น ช่วยกัน เชื่อมโยง" ผสานความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และสมาชิก
ยกระดับนักบัญชีไทยสู่สากลยุค AI: มุ่งนำเทคโนโลยี AI และ RPA มาเสริมศักยภาพ ขยายฐานบริการสู่ระดับอาเซียน ผลักดันนักบัญชีไทยก้าวสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูง CFO และ CEO