เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลปกครองสูงสุดชี้ ปิดประตูโกงสอบท้องถิ่น ชี้คำสั่งบรรจุโมฆะ ไล่ออกทันที

10 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ศาลปกครองสูงสุดชี้ ปิดประตูโกงสอบท้องถิ่น ชี้คำสั่งบรรจุโมฆะ ไล่ออกทันที

ศาลปกครองสูงสุดวางบรรทัดฐาน ปิดประตูคนโกงสอบ คำสั่งบรรจุเป็นโมฆะตั้งแต่แรก นายก อบต. สั่งไล่ออกได้ทันที หมดสิทธิ์ฟ้องคืน ไม่คุ้มครองคนทุจริต

ศาลปกครองสูงสุดวางบรรทัดฐาน ปิดประตูคนโกงสอบ คำสั่งบรรจุเป็นโมฆะตั้งแต่แรก นายก อบต. สั่งไล่ออกได้ทันที หมดสิทธิ์ฟ้องคืน ไม่คุ้มครองคนทุจริต

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองสูงสุดวางบรรทัดฐาน: คำสั่งบรรจุแต่งตั้งจากการ "โกงสอบท้องถิ่น" ถือเป็นโมฆะมาตั้งแต่แรก เนื่องจากกระบวนการจัดสอบมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง
     
  • นายก อบต. สั่งไล่ออกได้ทันที: ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที โดยไม่ต้องคำนึงถึงเงื่อนเวลา 90 วัน และไม่ต้องคุ้มครองผู้ข้ามารับราชการโดยทุจริต
     
  • ปิดประตูฟ้องร้องคืนตำแหน่ง: ผู้ที่ถูกเพิกถอนหรือสั่งให้ออก หมดสิทธิ์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อแย้งคำสั่ง ถือเป็นการคืนความถูกต้องและคุ้มครองระบบคุณธรรม

10 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุด วางบรรทัดฐานเด็ดขาดปิดประตู ข้าราชการสายทุจริต ชี้ชัดกรณี โกงสอบท้องถิ่น เพื่อเข้าบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น หากพบกระบวนการจัดสอบมิชอบ และไม่ได้มาตรฐาน จะถือว่าคำสั่งบรรจุแต่งตั้งนั้น มีลักษณะผิดพลาดอย่างร้ายแรงและ บรรจุเป็นโมฆะ มาตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งไล่ออก ได้ทันที โดยไม่ต้องรอระยะเวลา 90 วัน และผู้ทุจริตหมดสิทธิ์ยื่นฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องสิทธิ์คืน


กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงข้าราชการส่วนท้องถิ่น สำหรับกรณีที่คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล หรือ ก.จังหวัด และ ก.อบต. กำลังเดินหน้าเพิกถอนบัญชีรายชื่อผู้ที่ทุจริต และโกงการสอบท้องถิ่น ท่ามกลางคำถามสำคัญที่ว่า

 

บรรดาคนกลุ่มนี้จะสามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อโต้แย้งได้หรือไม่

 

วันนี้เนชั่นออนไลน์มีคำตอบชี้ชัดจากแนวทางคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่เคยวางบรรทัดฐานไว้แล้วอย่างเด็ดขาด 



ศาลปกครองสูงสุดชี้ ปิดประตูโกงสอบท้องถิ่น ชี้คำสั่งบรรจุโมฆะ ไล่ออกทันที

เรื่องนี้ศาลปกครองสูงสุดได้เคยมีคำพิพากษา ในแนวทางเดียวกันไว้ถึงสองคดีสำคัญ คือ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. 356/2565 และคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. 34/2567

 

วินิจฉัยกรณีที่มีการร้องเรียนว่า กระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคล เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นไม่มีความโปร่งใส และจัดสอบไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

 

พฤติการณ์ในคดีนั้น พบว่า แม้จะมีการเห็นชอบให้สถานศึกษาแห่งหนึ่ง เป็นหน่วยงานกลางรับผิดชอบในการจัดสอบ ผลิตข้อสอบ และประมวลผลคะแนน แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการดำเนินการในลักษณะส่วนตัว ของผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมกับบุคคลอื่น มิใช่การดำเนินการในนามของสถาบันศึกษาอย่างเป็นทางการ


ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการผลิตข้อสอบยังกระทำในที่ทำการของ อบต. โดยไม่มีบุคลากรของโรงเรียนร่วมเป็นกรรมการ  และผู้ที่ออกข้อสอบก็ยอมรับเองว่า ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารงานท้องถิ่น ใช้เวลาออกข้อสอบเพียงคืนเดียว โดยไม่ได้ประเมินตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการ

 

ด้วยเหตุนี้ ศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จึงมองว่า กระบวนการจัดสอบแข่งขัน ถือเป็นขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญยิ่ง ของการสรรหาบุคคลเข้ามารับราชการ เมื่อกระบวนการดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น ทั้งขั้นตอนการออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ และการประมวลผล โดยมีบุคคลในฐานะส่วนตัวเข้ามาจัดการ จึงถือเป็นการจัดสอบที่มิชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง 




ศาลปกครองสูงสุดชี้ ปิดประตูโกงสอบท้องถิ่น ชี้คำสั่งบรรจุโมฆะ ไล่ออกทันที

คำวินิจฉัยที่สำคัญที่สุดและถือเป็นจุดตายของคนโกงสอบก็คือ ศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดว่า

 

ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และคำสั่งบรรจุแต่งตั้งที่ตามมาจากกระบวนการสอบที่ไม่ชอบนี้ ถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง ในทางกฎหมายจะถือเสมือนว่า ไม่เคยมีการออกคำสั่งทางปกครองนั้นมาก่อนเลย หรือเป็นโมฆะมาตั้งแต่แรกนั่นเอง

 

ผลที่ตามมาคือ นายก อบต. หรือผู้บริหารท้องถิ่น ไม่มีสิทธิ และไม่จำเป็นต้องไปทำเรื่องเพิกถอนคำสั่งบรรจุแต่งตั้งเดิม  และไม่ต้องนำกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในส่วนที่ต้องคำนึงถึงหลักความเชื่อถือโดยสุจริต ของผู้เข้าสอบมาใช้บังคับ รวมถึงไม่ต้องสนใจเงื่อนไขระยะเวลา 90 วันในการเพิกถอนคำสั่งด้วย ดังนั้น การที่ผู้บริหารท้องถิ่นออกคำสั่งให้บุคคลเหล่านั้นออกจากราชการทันที จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

 

บรรทัดฐานนี้จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า เหตุใดบรรดาคนโกงสอบท้องถิ่นที่ถูกเพิกถอนรายชื่อถึงไม่กล้าฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะต่อให้ฟ้องไป ศาลปกครองสูงสุดก็ยืนยันที่จะรักษาระบบคุณธรรม เพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรมให้กับผู้สมัครสอบทุกคนที่เข้าสอบอย่างสุจริต หากกระบวนการสรรหาขาดความโปร่งใส ย่อมทำลายระบบราชการและทำลายอนาคตของประเทศ

ข่าวล่าสุด