อัยการ ชี้จุดผิดสังเกต ป.ป.ช. หักศาล รธน. ล้างปม “นอมินี”
26 เม.ย. 2569

อัยการ ชี้จุดผิดสังเกต ป.ป.ช. ส่องานเข้า ปมยกคำร้องศักดิ์สยาม สวนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เสียงวิจารณ์หนัก ชี้ใช้นอมินี-นิติกรรมอำพราง ปมกฎหมายไม่จบ
ข่าว
26 เม.ย. 2569

อัยการ ชี้จุดผิดสังเกต ป.ป.ช. ส่องานเข้า ปมยกคำร้องศักดิ์สยาม สวนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เสียงวิจารณ์หนัก ชี้ใช้นอมินี-นิติกรรมอำพราง ปมกฎหมายไม่จบ
26 เมษายน 2569 ยังคงมีเสียงวิจารณ์เชิงหลักการและข้อกฎหมาย เกี่ยวกับกรณี สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงเหตุผลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยกคำร้องคดี “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ยังคงไว้ซึ่งหุ้น “หจก.บุรีเจริญฯ” ส่วนการซื้อขายและโอนหุ้นออกไปจากการครอบครองนั้น เป็นนิติกรรมอำพราง และใช้นอมินี
ประเด็นที่วิจารณ์กันหนักในแวดวงนักกฎหมาย คือ กรณีที่นายศักดิ์สยาม ไปฟ้องทวงสิทธิ์ในหุ้นคืนจาก นาย ศ. หลังทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และสู้คดีถึงศาลอุทธรณ์ สุดท้ายประนีประนอมยอมความ โดยให้ นาย ศ. ซื้อที่ดินเพิ่มอีกหลายสิบไร่ มูลค่าหลายสิบล้านบาท
การสู้คดีกันในศาล จนมีการประนีประนอมยอมความ และมีคำพิพากษาศาลดังกล่าวนี้ จึงถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันจน ป.ป.ช.เชื่อว่า นายศักดิ์สยาม ไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองยังมีสิทธิ์และครอบครองหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ อยู่
เรื่องนี้ถือว่าย้อนแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างสิ้นเชิง เพราะศาลชี้ว่า นายศักดิ์สยาม ไม่ได้ขายและโอนสิทธิ์ในหุ้นไปให้ นาย ศ.จริงๆ แต่ นาย ศ.เป็นนอมินี การโอนเงินชำระค่าหุ้นเป็น “นิติกรรมอำพราง”
แหล่งข่าวซึ่งเป็นอัยการระดับสูง และทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวกับ “ทีมข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี โดยยกตัวอย่างเทียบกับคดีลักษณะเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีกู้ยืมเงินของนายทุนนอกระบบ
- มีการสร้างสถานการณ์ “แกล้งฟ้องกันเอง” เพื่อลวงศาล และยืมศาลเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ผลิตคำพิพากษา หรือคำสั่ง
- จากนั้นก็นำคำสั่งศาลที่ถูกลวง ไปใช้ประโยชน์
- คดีแบบนี้เป็นกรณีเอกชนฟ้องกันเอง คู่ความจะแกล้งสืบพยาน สืบข้อเท็จจริงอย่างไรก็ได้ แตกต่างจากศาลรัฐธรรมนูญที่มีกลไก “ไต่สวน” ในการค้นหาความจริง โดยที่คู่ความไม่อาจแกล้งสืบเฉไฉไปทางอื่นได้เหมือนคดีแพ่ง
ย้อนกลับมาที่คดีนายศักดิ์สยาม การที่ ป.ป.ช.ไปเชื่อหลักฐานการฟ้องคดีระหว่างนายศักดิ์สยาม กับ นาย ศ. ก็แปลว่า ป.ป.ช.กลับนำประเด็น “นอมินี” ที่มันยุติไปแล้วในศาลรัฐธรรมนูญมาวินิจฉัยใหม่ แล้วอ้างว่าเป็นคดีแพ่งที่เกิดข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่สามารถนำคำพิพากษาคดีนี้ไปหักล้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในประเด็น “นอมินี” ได้เลย
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ คดีแพ่งผูกพันเฉพาะคู่ความ ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แตกต่างจากคดีบนศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กร ฉะนั้นมติของ ป.ป.ช.ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย เรื่องนี้ไม่จบแน่ และ ป.ป.ช.จะเป็นฝ่ายถูกตรวจสอบเสียเอง
ข่าวล่าสุด