เนชั่นทีวี

Exclusive

ใช่แค่น้องชาย “ศักดิ์สยาม” ผู้นำเงาคู่ “เนวิน” จุดอ่อนเซาะกร่อนระบอบบุรีรัมย์

24 เม.ย. 2569

ใช่แค่น้องชาย “ศักดิ์สยาม” ผู้นำเงาคู่ “เนวิน” จุดอ่อนเซาะกร่อนระบอบบุรีรัมย์

น้ำเงินเผชิญวิกฤตศรัทธา “ศักดิ์สยาม” เป็นมากกว่าน้องชาย “เนวิน” แต่อาจเป็นจุดอ่อนระบอบบุรีรัมย์

24 เมษายน 2569 ผู้นำเงา ศักดิ์สยาม เป็นมากกว่าน้องชาย เนวิน มันสมองระบอบบุรีรัมย์ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ก็บัญชาการหลังม่าน

 

ปี 69 ภูมิใจไทยไม่ปรับขบวน ผู้นำเงาและก๊วนลูกเทพบริหารพรรคต่อไป ซุ้มบ้านใหญ่พลัดถิ่นยังอยู่ในสถานะพันธมิตร

 

พรรคเพื่อไทยจัดประชุมใหญ่ประจำปี 2569 ผ่านไปแล้ว มีการปรับทัพรองรับคนรุ่นใหม่และลูกหลานบ้านใหญ่

 

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ไม่มีการขยับปรับเปลี่ยนใดๆ แม้จะมีซุ้มบ้านใหญ่ต่างพรรคที่เข้ามาอยู่ใต้ร่มธงน้ำเงิน แต่ถูกจัดวางไว้ในสถานะผู้อาศัยชั่วคราว

 

ชั่วโมงนี้ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” กลายเป็นตำบลกระสุนตก กรณีมีกระแสข่าว “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” จะกลับมาเป็นรัฐมนตรี หลัง ป.ป.ช.มติยกคำร้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ

 

หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ “ศักดิ์สยาม” พ้นจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม กรณี “ซุกหุ้น” ช่วงต้นปี 2567 ซึ่ง “แกนนำค่ายน้ำเงิน” บางคนให้สัมภาษณ์สื่อว่า “ศักดิ์สยามยังกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้”

 

เนื่องจากผลคำวินิจฉัย “พ้นจากรัฐมนตรี” ของศักดิ์สยาม จะไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีภายใน 2 ปี นับแต่ศาลมีคำวินิจฉัยเท่านั้น ยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160(8) ว่าด้วยคุณสมบัติรัฐมนตรี

 

พรรคฝ่ายค้านสมัยนั้น จึงยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.กล่าวหาศักดิ์สยาม เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ หาก ป.ป.ช.มีมติว่าผิดจริง ก็ส่งต่อศาลฎีกาพิจารณาตัดสิทธิ์ทางการเมือง

 

จู่ๆ กลางปี 2568 ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องดังกล่าว จึงทำให้ ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามมากมาย บ้างก็ว่านี่คือ วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช.

 

หนทางจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีของ “ศักดิ์สยาม” ดูท่าจะตีบตัน มนุษย์การเมืองจมูกไวแบบ “เนวิน” คงได้กลิ่นความไม่พอใจของประชาชนในโซเชียลแล้ว 



บทเรียนกระแสยี้ ปี 38 ยังเป็นบทเรียนสำคัญของเนวิน

 

กลยุทธ์คุมบ้านใหญ่น้ำเงิน

 

วันเสาร์ที่ 25 เม.ย.2569 พรรคภูมิใจไทยจัดประชุมใหญ่ เหมือนทุกพรรคการเมือง ซึ่งปีนี้จะไม่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค

 

เวลานี้ ภูมิใจไทยยังมีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคที่ว่างอยู่ แต่จะยังไม่เพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และเป็นแค่การพิจารณาระเบียบข้อบังคับของพรรคเท่านั้น

 

ดังที่รู้กัน ช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่บุรีรัมย์ได้ดึง “กลุ่มบ้านใหญ่” จากหลายพรรคเข้ามาอยู่ใต้ร่มธงน้ำเงิน

 

กูรูการเมืองบางคนอาจมองว่า ในอนาคตซุ้มบ้านใหญ่ที่มาใหม่ก็ต้องแยกทางกับภูมิใจไทย เพราะมันเป็นปฏิบัติการ “ดูดเฉพาะกิจ”

 

จะว่าไปแล้ว “เนวิน” ถอดบทเรียนจากนายใหญ่ “ทักษิณ” ในการสร้างพรรคบ้านใหญ่เมื่อปี 2548 โดยสร้างฐานบ้านใหญ่น้ำเงินให้มั่นคง หรือสร้าง “จังหวัดยุทธศาสตร์” จึงได้เพิ่มจำนวน สส.ขึ้นในทุกการเลือกตั้ง

 

โครงสร้างภูมิใจไทยในปัจจุบัน ประกอบด้วย “บ้านใหญ่น้ำเงินแท้” และ “บ้านใหญ่น้ำเงินพลัดถิ่น”

 

บ้านใหญ่น้ำเงินแท้คือ กลุ่มบ้านใหญ่ที่อยู่กันมาตั้งแต่ปี 2552 ในรัฐบาลอนุทิน 2 กลุ่มนี้เป็นแกนกลางคุมทิศทาง และตำแหน่งฝ่ายบริหารทั้งหมด

 

บ้านใหญ่น้ำเงินพลัดถิ่นคือ กลุ่มบ้านใหญ่ที่เข้ามาใหม่ จะถูกบริหารด้วยระบบการสร้างผลงาน ใครทำ สส.ได้ตามเป้า ก็ได้รับการจัดสรรเก้าอี้ “รัฐมนตรี” เป็นรางวัลตอบแทนตามที่ดีลกันไว้ 


ศักดิ์สยาม มันสมองของบ้านใหญ่บุรีรัมย์

นี่คือระบอบบุรีรัมย์

 

ยุครัฐบาลลุงตู่ ศูนย์กลางอำนาจจะอยู่ในค่ายทหาร แต่รัฐบาลอนุทิน “บุรีรัมย์” เป็นศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ โดยผู้มากบารมีอย่าง “เนวิน-ศักดิ์สยาม” กำลังสร้างปรากฏการณ์บ้านใหญ่ใต้เงาอำนาจพิเศษ

 

หากระบอบ คสช.มีวุฒิสภาแต่งตั้งจากสายทหารเป็นฐานค้ำยัน ระบอบบุรีรัมย์ ก็มี “วุฒิสภา” ที่สื่อเรียกขานว่า สายสีน้ำเงิน เป็นฐานกำลัง

 

“บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ไม่ได้เล่นบนกระดานการเมืองแค่เลือกตั้ง สส. แต่ยังควบคุมกลไกรัฐสภา โยงไปถึงองค์กรอิสระ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสืบทอดอำนาจของฝ่ายอนุรักษนิยม

 

ฉะนั้น วันนี้กรณี “ศักดิ์สยาม” อาจก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ มีหรือกลุ่มชนชั้นนำจะจับสัญญาณเหล่านี้ไม่ได้ ในที่สุด “บุรีรัมย์” ก็ต้องถอนฟืนออกจากไฟ