svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"ดร.แดน" ชี้ วิกฤตสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ทำ เศรษฐกิจ-ราคาน้ำมันช็อกทั้งโลก

16 มี.ค. 2569

"ศ.ดร.เกรียงศักดิ์" ชี้ วิกฤตสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ทำ เศรษฐกิจ-ราคาน้ำมันช็อกทั้งโลก  แนะ ภาวะผู้นำไทย วางตัวสมดุลอำนาจ รอบคอบ ตั้งรัฐมนตรีมืออาชีพ พร้อมแก้ปัญหาประเทศทันที

 16 มีนาคม 2569 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กล่าวถึงประเด็น สงครามและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ว่า ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่มีศักยภาพที่จะส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงระหว่างประเทศ ประเทศที่อยู่ห่างไกลจากสมรภูมิก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลสะเทือนจากวิกฤตเช่นนี้ได้  หากความตึงเครียดหรือสงครามระหว่างอิหร่านและ สหรัฐทวีความรุนแรงขึ้น ประเทศไทยอาจเผชิญผลกระทบในมิติใดบ้าง และในบริบทเช่นนี้ ผู้นำประเทศไทยควรต้องมีภาวะผู้นำและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้อย่างรอบคอบและชาญฉลาด

 โดยผลกระทบจากสงคราม “สหรัฐ-อิหร่าน”นั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในหลายระดับ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านพลังงาน ซึ่งยังคงเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน  โดยผลกระทบในระยะสั้นที่เกิดขึ้นทันที คือ “ช็อกทางเศรษฐกิจ” จากราคาพลังงาน หากการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางถูกรบกวนหรือหยุดชะงัก ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน เมื่ออุปทานลดลงแม้เพียงบางส่วน แต่ความต้องการยังคงใกล้เคียงเดิม ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้น เช่น จาก 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจเพิ่มขึ้นเป็น 150 หรือแม้แต่ 200 ดอลลาร์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อมากๆ ซึ่งอาจกลายเป็นวิกฤตพลังงานรุนแรงคล้ายกับ “Oil Shock” ในอดีต และอาจกลายเป็น “Super Oil Shock” ในภาษาใหม่ของผม

ประเทศไทยเองเคยเผชิญภาวะลักษณะ “Oil Shock” นี้ มาแล้วหลายครั้ง เช่น ในยุคของจอมพล ถนอม กิตติขจร ในช่วงวิกฤตน้ำมันโลกทศวรรษ 1970 ต่อมาในสมัยพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณและในช่วงรัฐบาลของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ รวมถึงในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นแทบทุกภาคส่วน ทั้งค่าขนส่ง ค่าพลังงานในอุตสาหกรรม ค่าไฟฟ้า และต้นทุนวัตถุดิบ เนื่องจากน้ำมันเป็นทั้งพลังงานและสารตั้งต้นของสินค้าอุตสาหกรรมจำนวนมาก ตั้งแต่พลาสติก ปิโตรเคมี ไปจนถึงการขนส่งทางเรือ เครื่องบิน และรถยนต์ เมื่อพลังงานแพงขึ้น ต้นทุนการผลิตก็จะเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น และทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา

ขณะที่ผลกระทบในระยะกลางนั้น จะเริ่มขยายตัวไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค ขณะที่เศรษฐกิจโลกซึ่งเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากภาวะชะลอตัว อาจเผชิญแรงกดดันใหม่ ทำให้การเติบโตของจีดีพีลดลง ประเทศไทยซึ่งมีเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวสูง จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าหลายประเทศ  สถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Stagflation คือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อกลับเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยากต่อการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ เพราะเครื่องมือทางนโยบายการเงินและการคลังมักต้องเลือกแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นหลัก

ส่วนในระยะยาว ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ มองว่า สงครามและความไม่แน่นอนด้านพลังงานจะยิ่งบีบให้หลายประเทศต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงพลังงาน ประเทศไทยซึ่งยังต้องนำเข้าพลังงานจำนวนมาก จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หากราคาพลังงานโลกยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทั้งในด้านต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งนโยบายตรึงราคาพลังงานหรือการใช้เงินกองทุนเพื่อกดราคาน้ำมันอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้เพียงระยะสั้น แต่ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน หากราคาพลังงานโลกยังคงสูงเป็นเวลานาน ดังนั้น ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในระยะยาวจึงอยู่ที่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความสามารถในการแข่งขันบนเวทีเศรษฐกิจโลก

“สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐ จึงไม่ใช่เพียงความขัดแย้งทางทหารในภูมิภาคหนึ่งของโลกเท่านั้น แต่เป็นเหตุการณ์ที่อาจส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงระบบเศรษฐกิจโลก และทดสอบความสามารถของผู้นำประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย ในการรับมือกับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ดร.แดน ระบุว่า ภาวะผู้นำของไทยในวิกฤตสงครามสหรัฐ – อิหร่านครั้งนี้ ตนยึดจากหนังสือ นำและบริหารยามวิกฤต: บทเรียนจากช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 เพื่อเป็นแนวทางของผู้นำในการบริหารในสภาวะวิกฤต ซึ่งเกิดจากการถอดบทเรียน ภาวะการนำ ภาวะการบริหาร และภาวะคุณธรรมของผู้นำในอดีต ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับวิกฤตต่าง ๆ ที่ผู้นำต้องเผชิญในอนาคตรวมถึงในวิกฤตสงครามอิหร่าน – สหรัฐครั้งนี้ด้วย  

โดยมองว่า ผู้นำต้องจับสัญญาณวิกฤตได้เร็วสุด ในยามที่โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ผู้นำประเทศต้องมีความสามารถสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือ การจับสัญญาณของวิกฤตให้ได้ก่อนเวลา เพราะวิกฤตขนาดใหญ่ไม่เคยเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่คำถามคือผู้นำมองเห็นหรือไม่  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยจำนวนมากมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเมืองภายใน จนไม่ได้เปิดสายตาให้กว้างพอที่จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งที่สัญญาณของความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงของสงครามได้ปรากฏมานานแล้ว
ผู้นำที่ดีจึงต้องมี ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ที่สามารถจับสัญญาณของวิกฤตได้ก่อนที่เหตุการณ์จะปะทุ เพราะวิกฤตสงครามไม่ได้เกิดโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกับวิกฤตอื่นจำนวนมาก โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงของประเทศ ผู้นำจึงต้องเข้าใจโลก เข้าใจเศรษฐกิจ เข้าใจการเมืองระหว่างประเทศ และเข้าใจประเทศไทยทั้งระดับบนสุดจนถึงระดับรากหญ้า การเมืองของประเทศไม่ควรเป็นเพียงเกมแย่งชิงอำนาจ แต่ต้องเป็นการเฝ้าระวังทิศทางของโลกและเตรียมประเทศให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง

นอกจากนี้ ผู้นำต้องรวบรวมข้อมูลได้เร็วสุด เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณของวิกฤตแล้ว สิ่งที่ผู้นำต้องทำต่อไปคือ การสร้างระบบรวบรวมข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะในโลกยุคปัจจุบัน ข้อมูลมีจำนวนมหาศาล แต่ปัญหาคือการแยกแยะว่าอะไรคือข้อมูลจริงที่สำคัญ และอะไรคือเสียงรบกวนที่ไม่จำเป็น ผู้นำต้องสามารถคัดกรองข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างมีระบบ  ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบรวบรวมข้อมูลจากทุกช่องทาง ทั้งข้อมูลจากหน่วยงานภายในประเทศ และข้อมูลจากเครือข่ายในต่างประเทศ เช่น สถานทูต ทูตทหาร และทูตพาณิชย์ของไทยทั่วโลก เพื่อให้ข้อมูลสำคัญไหลเข้าสู่ศูนย์บัญชาการของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ผู้นำควรมี “วอร์รูม” หรือศูนย์บัญชาการข้อมูลที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งข้อมูลจากทั่วโลกจะไหลเข้ามาทุกวันแบบเรียลไทม์ มีทีมวิเคราะห์ มีหน่วยจับประเด็น และมีระบบสรุปข้อมูลเพื่อบรีฟนายกรัฐมนตรีอย่างมืออาชีพ

“การบรีฟผู้นำต้องไม่ใช่เพียงการเก็บข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อทั่วไป แต่ต้องเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านการวิเคราะห์จริง ประเทศไทยยังขาดระบบลักษณะนี้อย่างจริงจัง ทั้งที่ผมได้เสนอแนวคิดเรื่องวอร์รูมและระบบรวบรวมข้อมูลระดับชาติไว้มาเป็นเวลากว่าสามสิบกว่าปี เพราะการบริหารประเทศในยุควิกฤตต้องอาศัย “มันสมองของประเทศ” ที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างลึกและแม่นยำ”

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  ยังกล่าวด้วยว่า ผู้นำประเทศต้องคาดการณ์วิกฤตได้เร็วสุด เมื่อมีข้อมูลแล้ว ความสามารถที่สำคัญยิ่งของผู้นำคือ การคาดการณ์อนาคต ผู้นำต้องมองสถานการณ์เหมือนการเล่นหมากรุก ที่ต้องคิดล่วงหน้าไม่ใช่เพียงหนึ่งก้าว แต่ต้องคิดล่วงหน้าหลายก้าว วิเคราะห์ผลกระทบระลอกที่สองและระลอกที่สามของเหตุการณ์ ไม่ใช่เพียงตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า  ในโลกการเมืองระหว่างประเทศ มหาอำนาจมักพยายามบีบประเทศขนาดกลางให้เลือกข้าง หากประเทศไทยเดินผิดพลาด อาจกลายเป็นเป้ากดดันจากทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ผู้นำต้องวิเคราะห์ฉากทัศน์หลายรูปแบบ ทั้ง ฉากทัศน์ที่ดีที่สุด ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด และฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด แล้วพิจารณาว่าประเทศควรเดินอย่างไร

“ประเทศไทยควรเดินในทิศทางที่ ไม่เลือกข้าง แต่ทำให้ทุกฝ่ายยังต้องการให้ประเทศไทยปลอดภัยและเป็นมิตร นั่นคือการวางตำแหน่งของประเทศอย่างชาญฉลาดในเวทีโลก ไม่ให้ใครมองว่าเราเป็นศัตรู แต่ก็ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

ทั้งนี้ ผู้นำต้องวางแผนป้องกันได้เร็วสุด การบริหารประเทศในยามวิกฤตไม่ใช่การรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงค่อยแก้ไข แต่ต้อง วางแผนป้องกันล่วงหน้า เมื่อเห็นสัญญาณของวิกฤต ผู้นำต้องเตรียมแผนรับมือทันที ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินนโยบายทางการทูตทั้งทางเปิดและทางลับกับประเทศต่าง ๆ การประสานงานกับประเทศในภูมิภาค เช่น อาเซียน หรือการสร้างเครือข่าย กับทั้งประเทศที่ใกล้ชิดจีนและประเทศที่ใกล้ชิดตะวันตก   ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ผู้นำต้องเตรียมแผนรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น หากเส้นทางเดินเรือหรือการบินได้รับผลกระทบจากสงคราม ประเทศไทยจะจัดการอย่างไร หากเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ประเทศมีระบบสำรองพลังงานเพียงพอหรือไม่ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประเทศไทยมีมาตรการเศรษฐกิจชั่วคราวเพื่อประคองสถานการณ์ อย่างไรโดยไม่ทำลายแผนพัฒนาระยะยาว  ซึ่งการเตรียมแผนล่วงหน้าเช่นนี้ต้องสามารถ กดปุ่มใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ ไม่ใช่เริ่มคิดหลังจากวิกฤตเกิดขึ้นแล้ว

ท้ายสุด ผู้นำต้องปฏิบัติก่อนวิกฤตได้เร็วสุด  ผู้นำที่แท้จริงต้องกล้าตัดสินใจและลงมือปฏิบัติก่อนที่วิกฤตจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้ การตัดสินใจต้องอาศัยข้อมูลที่เพียงพอ แม้อาจไม่สมบูรณ์ทั้งหมด แต่ต้องตัดสินใจในจังหวะที่เหมาะสม ไม่ช้าเกินไปจนประเทศเสียโอกาส และไม่เร็วเกินไปจนขาดข้อมูลสนับสนุน การบริหารวิกฤตควรมี ระบบประเมินสถานการณ์อย่างเป็นขั้นตอน เช่น การแบ่งสถานการณ์ออกเป็นสามระดับ คือ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง สีเขียวหมายถึงสถานการณ์ปกติ สีเหลืองคือสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง และสีแดงคือสถานการณ์อันตรายที่ต้องใช้มาตรการเร่งด่วน

ระบบเช่นนี้ช่วยให้รัฐบาลสามารถตอบสนองต่อวิกฤตได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที   ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ภาวะผู้นำของประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในยามวิกฤต การเลือกผู้นำให้ถูกคน ถูกเวลา และถูกบริบท อาจเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของชาติได้ ประวัติศาสตร์เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง วินสตัน เชอร์ชิลก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของอังกฤษในช่วงที่ประเทศกำลังเพลี่ยงพล้ำต่อเยอรมัน แม้เขาจะไม่ใช่ผู้นำที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาเป็นผู้นำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และสามารถพาประเทศผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาได้

“บทเรียนสำคัญคือ ประเทศที่ฉลาดต้องเลือกผู้นำด้วยสติ ไม่ใช่ด้วยอคติหรือการเล่นพรรคเล่นพวก ต้องดูว่าใครทำงานได้ดีที่สุด โดยเฉพาะในยามวิกฤต เพราะวันนี้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ หากผู้นำไทยไม่ตระหนักถึงแรงกดดันจากโลกภายนอก แต่ยังมัวเล่นเกมอำนาจ และแบ่งโควตาทางการเมืองกัน ตามพรรคหรือกลุ่มผลประโยชน์ เอามือสมัครเล่นหรือผู้ที่หิวโหยผลประโยชน์เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญ ก็จะยิ่งทำให้การบริหารประเทศในยามวิกฤตอ่อนแอลงและเท่ากับว่าผู้นำไทยเองกำลังพาประเทศเดินเข้าสู่ลานสังหาร เพราะเมื่อวิกฤตใหญ่ปะทุขึ้น ผู้นำที่ไม่พร้อมและขาดความสามารถ ย่อมต้องเผชิญบททดสอบอย่างหนักที่สุดดังนั้น ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโลกเช่นนี้ ประเทศไทยต้องลดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เลิกการเมืองแบบโควตา และหันมาให้ความสำคัญ กับความสามารถและความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้นำเพื่อให้ประเทศสามารถผ่านพ้นวิกฤตของโลกยุคนี้ไปได้อย่างมีสติและความชาญฉลาด”ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ระบุ