ผลโพลไม่ใช่ผลเลือกตั้้ง แนะนักวิเคราะห์ใช้กติกา โครงสร้างการเมืองคิดควบคู่
11 ก.พ. 2569
"ดร.แดน" ชี้ ผลโพล ไม่ใช่ ผลเลือกตั้ง แนะ นักวิเคราะห์ที่ดีต้องใช้กติกา-โครงสร้างการเมืองคิดควบคู่ ทำ แม่นยำช่วยสังคมเข้าใจพลวัตการเมืองอย่างเป็นระบบ
ข่าว
11 ก.พ. 2569
"ดร.แดน" ชี้ ผลโพล ไม่ใช่ ผลเลือกตั้ง แนะ นักวิเคราะห์ที่ดีต้องใช้กติกา-โครงสร้างการเมืองคิดควบคู่ ทำ แม่นยำช่วยสังคมเข้าใจพลวัตการเมืองอย่างเป็นระบบ
11 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI)และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา(IFD) วิเคราะห์เกี่ยวกับผลโพล ว่า ปัจจุบันการสำรวจความคิดเห็นหรือโพลเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งในสังคมประชาธิปไตยร่วมสมัย โพลไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสะท้อนทัศนคติและความต้องการของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อการรับรู้ การตัดสินใจ และการถกเถียงทางการเมืองในพื้นที่สาธารณะอีกด้วย
โดยประสบการณ์จากหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วยชี้ให้เห็นว่า ผลโพลและการตีความโพลอาจนำไปสู่ข้อสรุปที่คลาดเคลื่อนจากผลการเลือกตั้งจริง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า “การวิเคราะห์โพล อย่างมีคุณภาพควรตั้งอยู่บนหลักคิดแบบใด?” เพื่อให้เข้าใจพลวัตทางการเมืองได้อย่างเป็นระบบ มากกว่าการยึดติดกับตัวเลขหรือกระแสเฉพาะหน้า ที่ปรากฏในช่วงเวลาหนึ่ง
“ในช่วงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนในฐานะประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (ไอเอฟดี) ได้จัดทำ “ไอเอฟดีโพล” เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชน และได้แถลงผลสำรวจพร้อมทั้งวิเคราะห์แนวโน้มว่า พรรคการเมืองใดมีโอกาสอยู่ในอันดับใด รวมถึงเหตุผลที่สนับสนุนผลคาดการณ์นั้น ผลการเลือกตั้งที่ออกมาปรากฏว่าสอดคล้องกับที่ได้วิเคราะห์ไว้จนสำนักข่าวและกูรูการเมืองจำนวนมากชมว่าเป็นการทำโพลที่แม่นยำอย่างยิ่ง”
เมื่อผลลัพธ์ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ จึงมีหลายคนถามผมว่า เราควรพิจารณาผลโพลและวิเคราะห์การเมืองอย่างไร จึงจะเข้าใกล้ความจริงมากที่สุด บทความนี้จึงตั้งใจอธิบายหลักคิดสำคัญที่ควรคำนึงเมื่อใช้ผลโพลเป็นฐานในการวิเคราะห์การเมือง โดยประเด็นหลักที่ควรให้ความสำคัญ คือ อย่าใช้ “ผลโพล” เป็น “ผลเลือกตั้ง” นักวิเคราะห์การเมืองที่ดีต้องตระหนักว่า ข้อมูลจากโพล แม้จะสะท้อนความชอบหรือความตั้งใจลงคะแนนของผู้ตอบแบบสำรวจ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นผลลัพธ์ของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจริง โพลมีคุณค่าในฐานะ “ภาพตัดขวาง” ของความเห็นสาธารณะ แต่มีข้อจำกัดเมื่อถูกนำไปใช้เป็นตัวแทนของผลลัพธ์ทางการเมืองโดยตรง การตีความโพลโดยไม่คำนึงถึงบริบทเชิงโครงสร้าง เช่น กติกาเลือกตั้ง ระบบเขตเลือกตั้ง เครือข่ายพรรคการเมืองคนที่ยังไม่ตัดสินใจขณะทำโพล หรือความสามารถในการระดมคะแนน อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับศักยภาพของพรรคหรือผู้สมัครในการแปลงคะแนนนิยมเป็นอำนาจเชิงสถาบัน
ทั้งนี้ การวิเคราะห์โพลในเชิงวิชาการจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขทางการเมืองที่กำกับกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอำนาจ กลไกเชิงสถาบัน หรือปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แยกแยะ “ความนิยม” ออกจาก “ปัจจัยเชิงโครงสร้าง” การวิเคราะห์ผลโพลที่รอบด้านต้องเชื่อมโยงข้อมูลเชิงกระแสกับปัจจัยเชิงโครงสร้างของระบบการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกติกาและระบบเลือกตั้ง รูปแบบพรรคการเมือง โครงสร้างเขตเลือกตั้ง รวมถึงกลไกการจัดตั้งและเครือข่ายทางการเมือง ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ความนิยมในเชิงทัศนคติ” กับ “ความสามารถในการแปลงคะแนนนิยมให้กลายเป็นที่นั่งหรืออำนาจทางการเมืองจริง” การมองผ่านโครงสร้างทำให้เข้าใจว่า เหตุใดกระแสความนิยมบางแบบจึงไม่ปรากฏเป็นผลลัพธ์เชิงสถาบัน และเหตุใดผู้เล่นทางการเมืองบางกลุ่มจึงได้เปรียบหรือเสียเปรียบภายใต้กติกาที่มีอยู่ การวิเคราะห์เช่นนี้ช่วยให้การอ่านผลโพลไม่หลงไปกับตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เห็นพลวัตที่กำกับอยู่เบื้องหลัง
ดังนั้น ทุกคำตอบต้องหา “คำอธิบาย” ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล การวิเคราะห์โพลที่น่าเชื่อถือไม่ควรหยุดอยู่ที่การคาดการณ์ว่าใครจะได้เท่าไร แต่ต้องอธิบายเหตุและผลอย่างเป็นระบบ นักวิเคราะห์ควรชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยใดเป็นเงื่อนไขที่เอื้อหรือจำกัดผลของคะแนนนิยม และเพราะเหตุใดผลลัพธ์บางแบบจึงมีความเป็นไปได้มากหรือน้อยในเชิงโครงสร้าง
การอธิบายเชิงเหตุผลเช่นนี้ทำให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบตรรกะของการวิเคราะห์ เข้าใจความไม่แน่นอนของการเมือง และตระหนักว่าผลลัพธ์ทางการเมืองไม่ได้เกิดจากกระแสเพียงชั่วคราว แต่เป็นผลสะสมของเงื่อนไขเชิงโครงสร้างที่ดำรงอยู่ก่อนหน้า
“การวิเคราะห์ผลโพลของผมตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า หากต้องการให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด จำเป็นต้องอ่านข้อมูลภายใต้กรอบโครงสร้างของการเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นกติกาทางการเมือง ระบบพรรคการเมือง ข้อจำกัดเชิงสถาบัน ไปจนถึงลักษณะของเขตเลือกตั้งและเครือข่ายทางการเมืองในพื้นที่ ข้อมูลเชิงกระแส เช่น ผลโพลหรือทัศนคติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงต้องถูกนำมาพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขเชิงโครงสร้างเหล่านี้เสมอความสำคัญ ของการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างอยู่ที่การช่วยให้สังคมเข้าใจ”
“ขอบเขตของความเป็นไปได้ทางการเมือง” มากกว่าการยึดติดกับการทำนายผลลัพธ์ปลายทาง การวิเคราะห์ที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการบอกว่าใครจะชนะหรือแพ้ แต่คือการทำให้เห็นเหตุผลรองรับว่า ทำไมผลลัพธ์บางแบบจึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นภายใต้กติกาและโครงสร้างที่ดำรงอยู่ การมองการเมืองด้วยวิธีนี้ทำให้การอ่านผลโพลมีความลึก รอบด้าน และช่วยให้สังคมเข้าใจพลวัตทางการเมืองอย่างเป็นระบบมากขึ้น และความแม่นยำจึงเป็น “ผลลัพธ์”ที่เกิดขึ้นตามมา
