"ศรีสุวรรณ" จี้พลังงานสอบปั๊มกักตุนน้ำมันขู่ฟ้องศาลปกครอง
16 มี.ค. 2569
"ศรีสุวรรณ" บุกกระทรวงพลังงาน จี้เอาผิดผู้ค้ากักตุนน้ำมันทำปั๊มขาดแคลน พร้อมเรียกร้องคุมค่าการกลั่นหลังพุ่ง 3 เท่า ขู่ฟ้องศาลปกครองหากรัฐเพิกเฉย
ข่าว
16 มี.ค. 2569
"ศรีสุวรรณ" บุกกระทรวงพลังงาน จี้เอาผิดผู้ค้ากักตุนน้ำมันทำปั๊มขาดแคลน พร้อมเรียกร้องคุมค่าการกลั่นหลังพุ่ง 3 เท่า ขู่ฟ้องศาลปกครองหากรัฐเพิกเฉย
16 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงพลังงาน ถ.วิภาวดีรังสิต นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เป็นตัวแทนประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ไม่มีน้ำมันให้บริการหรือจำกัดการขายน้ำมันให้ ซึ่งย้อนแย้งต่อคำพูดของ รมว.พลังงาน และนายกรัฐมนตรีว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แสดงว่ามีการกักตุนน้ำมันกัน เพื่อรอปรับราคาหลังพ้นกำหนด 15 วันที่รัฐบาลควบคุมราคาใช่หรือไม่ และขอให้ควบคุมค่าการกลั่นให้ลดจาก 6.06 บาท มาไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก รัฐบาลได้ประกาศควบคุมราคาน้ำมันหลังเกิดสงครามอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.2569 โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลต้องไม่เกิน 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ใกล้ครบเวลาดังกล่าวแล้ว โดยผู้อำนวยการ ศบก.ออกมาพูดว่าหลังจากนี้อาจจะปรับราคาขึ้นเป็นขั้นบันไดนั้น ทำให้ 3 วันที่ผ่านมาสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่มีน้ำมันจำหน่ายให้กับประชาชน หรือถ้ามีก็มีการจำกัดการเติม อาทิ ไม่เกิน 500 บาท 700 บาท หรือ 1,000 บาทเท่านั้น ทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า
สถานีบริการบางแห่งประชาชนต้องนำรถมาต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตรก็มี สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติ แต่กระทรวงพลังงาน และ ศบก. ยังคงชี้แจงเสมือนแผ่นเสียงตกร่อง หรือโฆษณาชวนเชื่อตลอดว่าน้ำมันมีเพียงพอไม่ขาดแคลน แต่ปั๊มขึ้นป้ายว่า “น้ำมันหมด” จะให้ทำอย่างไร
กรณีดังกล่าว ถือเป็นความบกพร่องของรัฐบาล โดยเฉพาะกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่อาจหลงเชื่อแต่คำพูดของ รมว.พลังงาน และนายกรัฐมนตรี ว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนมีสำรองมากกว่า 100 วัน แต่การตรวจสอบคลังน้ำมัน 53 คลัง 589 ถังของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 นั้น มีการปล่อยน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันที่เป็นลูกข่ายตามจำนวนที่ร้องขอมาหรือไม่ หรือมีการใช้เล่ห์กลกักรถขนน้ำมันไว้ไม่ยอมให้ปล่อยออกไป หรือปล่อยออกไปจำนวนน้อย ๆ โดยอ้างเหตุสารพัด เพื่อรอระยะเวลาการปรับราคาน้ำมันขึ้นหลังวันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้หรือไม่ ซึ่งถ้าตรวจสอบกันอย่างจริงจังไม่ลูบหน้าปะจมูกจะพบความจริงแน่นอน และต้องใช้มาตรการลงโทษทั้งทางอาญาและแพ่งที่เด็ดขาด
นอกจากนั้น ยังพบ "ค่าการกลั่น" (Refinery Margin) ของโรงกลั่นน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยขยับขึ้นไปเกือบ 3 เท่า หรือมากกว่า 6.06 บาทต่อลิตร เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลางมีเพียงแค่ 2.14 บาทต่อลิตรเท่านั้น นั่นหมายความว่า เรากำลังใช้เงินของประชาชนไปจ่ายกำไรเพิ่มขึ้นให้กับเหล่าบริษัทกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งที่อยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกันแทบทั้งสิ้นด้วย
ส่วนกรณีที่กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง “ค่าการกลั่น” เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นั้นเป็นเพียงคำแก้ตัวเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มฯ โรงกลั่นฯด้วยกันเท่านั้น หาได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือประชาชนแต่อย่างใด
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความเดือดร้อนของประชาชนมาร้องเรียนให้ รมว.พลังงาน ใช้อำนาจตามกฎหมายในการปรับโครงสร้างน้ำมันทั้งระบบ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว หรือหากการแก้ไขปัญหาเป็นไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ค้าน้ำมัน และหรือโรงกลั่น องค์กรฯจะร่วมกับประชาชนที่เดือดร้อนนำความไปฟ้องศาลปกครองต่อไป
