แฉระบบ "ทุนบ้านใหญ่" ใช้ภาษีประชาชนชุบเลี้ยงหัวคะแนน
นายแพทย์วรงค์ ชี้แจงว่า ผลประโยชน์ดังกล่าวมาจากฐานนายทุนบ้านใหญ่ทั้งสิ้น เพื่อดูแลหัวคะแนน ซึ่งแม้แต่ สส. ที่มาทำหน้าที่ในสภาฯ บ้านใหญ่ก็ดูแลเลี้ยงดู โดยได้รับเงินเป็นรายเดือน จึงไม่แปลกใจที่ สส. เหล่านี้ เมื่อถึงเวลาต้องลงมติ ก็จะลงมติตามใบสั่ง ไม่ได้ลงมติตามเสียงประชาชน
"และวันใดที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งก็ต้องไปแบมือขอ จึงต้องใช้วิธีการนำภาษีประชาชนดูแล สส. ที่ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่ต่อไป จึงถือว่า ระบบบ้านใหญ่ สร้างปัญหาให้กับการเมือง โดยใช้เงินนายทุนมาดูแล สส. และวันใด สส. หมดหน้าที่ ก็ใช้ภาษีของประชาชนในรูปแบบกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาไปดูแลต่อ" นายแพทย์วรงค์ ระบุ
ค้านคงจำนวนผู้ช่วย สส. 8 คน ชี้เป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน
นายแพทย์วรงค์ ย้ำว่า การคงจำนวนผู้ช่วย สส. 8 คน ก็เป็นผลพวงมาจากทุนบ้านใหญ่ของพรรคการเมือง ใช้เป็นโควตาดูแล สส. เพื่อไปดูแลผู้สมัครสอบตก เพื่อที่ทุนบ้านใหญ่ไม่ต้องจ่ายเงินมาก และใช้ภาษีของประชาชนจ่ายแทน
"แม้แต่ สว. สีต่าง ๆ ที่สังกัดค่ายสีต่าง ๆ ก็ถูกดึงผู้ช่วยไปให้กับบ้านใหญ่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ตนขอคัดค้าน เพราะถือว่า การเมืองระบบบ้านใหญ่ คือเผด็จการรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ตอบสนองประชาชน" นายแพทย์วรงค์ กล่าว
เรียกร้อง สส. เสียสละ – จี้ประธานสภาฯ ทำประชาพิจารณ์
นายแพทย์วรงค์ เผยต่อ ดังนั้น ตนขอเรียกร้องให้ สส. ทุกคน เสียสละ และดึงสติให้กลับมาอยู่กับตัว เพราะถือเป็นตัวแทนประชาชน ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร
สอบถามไปยังประชาชนว่า คิดอย่างไร ต้องการให้ สส. มีบำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิต และต้องมีผู้ช่วย สส. ถึง 8 คนหรือไม่เพราะจากที่ตรวจสอบข้อมูล พบว่า มี สส. หลายคนที่มีจิตสำนึกที่ดี ตั้งผู้ช่วย สส. ไม่เกิน 3 คน เช่นเดียวกับตน