ในช่วงท้าย พลเอกรังษี ได้กล่าวเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถึงความสำคัญของวันเลือกตั้งว่า "การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เดิมพันสูงมาก มันไม่ใช่เรื่องของ 'จุดเปลี่ยนประเทศไทย' อย่างที่เคยพูดกันมา แต่มันคือการ 'ชี้ชะตาอนาคตของประเทศ' ว่าจะ 'รอด หรือ ไม่รอด' ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรุนแรงขนาดนี้"
โดยระบุว่า ภาพพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของไม่ได้ สะท้อนชัดเจนว่า ถ้ารัฐบาลที่มาจากการซื้อเสียง เข้ามากอบโกยซ้ำเติม ประเทศจะพังพินาศ พร้อมทิ้งท้ายถึงปัญหาการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ปัญหานี้ต้องมองไปที่ต้นตอคือรัฐธรรมนูญ และการคัดสรร สว. ที่เชื่อมโยงไปสู่การเลือกองค์กรอิสระ หากกระบวนการคัดสรรยังใช้ระบบเส้นสายพวกพ้อง ก็จะได้องค์กรที่ขาดความโปร่งใส ซึ่งนี่คือบทเรียนราคาแพง
"ประชาชนคือสารตั้งต้นของทุกเรื่อง ถ้าเราไม่ใส่ใจ แล้วเลือกคนที่ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม ปัญหาซ้ำซาก วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้จึงสำคัญมาก ขอให้ดูประวัติ ดูนโยบาย เพื่อพยุงประเทศให้รอดพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ กล่าวทิ้งท้าย