เลือกตั้งสภาวิชาชีพบัญชี "วินิจ" นำทีมเบอร์ 1 ลุยโลกดิจิทัล
03 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะศึกเลือกตั้งสภาวิชาชีพบัญชี 2569 "วินิจ ศิลามงคล" นำทัพทีมหมายเลข 1 ชูยุทธศาสตร์ 10 ภารกิจ ดันดิจิทัลแพลตฟอร์ม ยกระดับนักบัญชีไทยกว่าแสนรายสู่สากล
Business
03 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะศึกเลือกตั้งสภาวิชาชีพบัญชี 2569 "วินิจ ศิลามงคล" นำทัพทีมหมายเลข 1 ชูยุทธศาสตร์ 10 ภารกิจ ดันดิจิทัลแพลตฟอร์ม ยกระดับนักบัญชีไทยกว่าแสนรายสู่สากล
KEY
POINTS
3 สิงหาคม 2569 นายวินิจ ศิลามงคล นำทัพ ทีมหมายเลข 1 ประกาศความพร้อมลงชิงชัยในการ เลือกตั้งสภาวิชาชีพบัญชี ประจำปี 2569 ผ่านระบบ e-Voting ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่ออาสาเข้ามาขับเคลื่อนและพลิกโฉมวงการ นักบัญชีไทย กว่า 1 แสนคนทั่วประเทศ ท่ามกลางความท้าทายของเทคโนโลยี และการแข่งขันในเวทีระดับสากล โดยชูยุทธศาสตร์ "ทำต่อ ไปให้ไกล ไปด้วยกัน" ผ่าน 10 ภารกิจเร่งด่วน มุ่งเน้นแพลตฟอร์มดิจิทัลและ AI ยกระดับความรู้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ของแวดวงนักบัญชีไทยกับการเลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพบัญชี ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านต่าง ๆ และกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี วาระปี 2569-2572 ที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voting) ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 นี้ สปอตไลต์ทางการเมืองวิชาชีพต่างจับจ้องไปที่ “กลุ่มหมายเลข 1” ภายใต้ชื่อทีม Move Forward Together
ขุมกำลัง “ทีม 1” แม่ทัพมือโปรประคองวิชาชีพ นำทัพโดย นายวินิจ ศิลามงคล ผู้สมัครตำแหน่งนายกสภาวิชาชีพบัญชี ผนึกกำลังกับทีมบริหารมืออาชีพที่ครอบคลุมทุกมิติวิชาชีพ ได้แก่:
พร้อมด้วยทีมกรรมการที่เป็นฟันเฟืองสำคัญอย่าง นายพิชิต ลีละพันธ์เมธา (เลขาธิการ), นางสาวชวนา วิวัฒน์พนชาติ (เหรัญญิก), รศ.ดร.ศิลปพร ศรีจั่นเพชร (นายทะเบียน), นายราชิต ไชยรัตน์ (ประชาสัมพันธ์) และ ผศ.ดร.ดิชพงศ์ พงศ์ภัทรชัย (พัฒนาวิชาชีพบัญชี)
ทีมหมายเลข 1 ประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าต่อยอดผลงานเดิม ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมผ่าน 10 ภารกิจยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับศักยภาพสมาชิกกว่า 100,000 คนทั่วประเทศ ดังนี้:
1. Digital-First Platform: มุ่งเชื่อมโยงสมาชิกทั่วประเทศผ่านระบบดิจิทัล เพื่อลดอุปสรรคเชิงโครงสร้างในการเดินทางเข้าศูนย์กลางเพื่อต่อใบอนุญาตหรือสะสม CPD สมาชิกจะเข้าถึงบริการวิชาชีพได้เท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด
2. Future-Ready Skills: พัฒนาความรู้ด้าน AI และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้นักบัญชีไทยใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ถูกทดแทนในอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
3. Economic Stability: สภาฯ จะเป็นแรงสนับสนุนด้านการเงิน โดยเฉพาะสำนักงานบัญชีขนาดเล็กที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ให้สามารถใช้ใบอนุญาตวิชาชีพและชื่อเสียงเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
4. Grassroots Listening: จัดตั้ง Regional Hub ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับฟังปัญหาจากพื้นที่และส่งเสียงขึ้นสู่ระดับนโยบายอย่างแท้จริง
5. No One Left Behind: สร้างระบบพี่เลี้ยง (Mentor System) และ Accounting Clinic 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนสำนักงานบัญชีขนาดเล็กและผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่ขาดที่ปรึกษาเชี่ยวชาญ ให้มีเครือข่ายสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
6. Professional Directory: ขจัดปัญหานอมินีและการตัดราคา สร้างความโปร่งใสในตลาดวิชาชีพ เพื่อให้สมาชิกที่ปฏิบัติอย่างถูกต้องได้รับโอกาสทางธุรกิจและมูลค่าวิชาชีพที่เพิ่มขึ้น
7. Professional Credentials: สร้างระบบรับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Credentials) ที่ตลาดยอมรับ เพื่อสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของนักบัญชีในยุคปัจจุบันให้เป็นมูลค่าที่จับต้องได้
8. Talent Pipeline: เชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับโลกวิชาชีพจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักบัญชีรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานด้วยทักษะที่ตรงตามต้องการ
9. Public-Private Synergy: ยกระดับภาพลักษณ์จากผู้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Officer) สู่การเป็นผู้สร้างมูลค่า (Value Creator) ที่เป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับชาติและสากล
10. Ethical Integrity: เน้นแนวทางป้องกันมากกว่าการลงโทษ โดยให้คำปรึกษาด้านจรรยาบรรณก่อนเกิดปัญหา เพื่อสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติที่ดีและเพิ่มมูลค่าความน่าเชื่อถือในตลาด
“ทำต่อ ไปให้ไกล ไปด้วยกัน” จึงไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่คือวิสัยทัศน์ที่มุ่งหวังจะนำพานักบัญชีไทย ก้าวข้ามความท้าทายสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน สมาชิกสามัญสามารถร่วมกำหนดอนาคตวิชาชีพ ได้ด้วยการตรวจสอบสิทธิ และเตรียมพร้อมลงคะแนนในวันที่ 15 สิงหาคมนี้