เนชั่นทีวี

ข่าว

"สุรเกียรติ์"เสียดายนายกฯไม่ปฏิรูปกระทรวง-ทบวง-กรมสมัยมีม.44ในมือ

05 พ.ย. 2565 | chairat_pat

"สุรเกียรติ์"เสียดายนายกฯไม่ปฏิรูปกระทรวง-ทบวง-กรมสมัยมีม.44ในมือ

"สถาบันพระปกเกล้า"จัดประชุมวิชาการความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย ด้าน"ดร.สุรเกียรติ์"ชวนวาดภาพประเทศไทยปี 66 ชี้ปฏิรูปกฎหมายคือสิ่งแรกที่ควรทำ ต้นตอปัญหาในสังคม-ประเทศ รับเสียดายนายกฯไม่จัดการเรื่องนี้ตั้งแต่แรก

5 พฤศจิกายน 2565 "สถาบันพระปกเกล้า"จัดงานประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 ประจำปี 2565 หัวข้อ "ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย" ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ
 

โดย "ศ.วุฒิสาร ตันไชย" เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ในทุกปีสถาบันพระปกเกล้า จะจัดงานประชุมวิชาการขึ้น ซึ่งในปีนี้จัดงานในรูปแบบเวทีสาธารณะ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อเป็นเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ ตลอดจนนำเสนอข้อมูลภายใต้ฐานของการศึกษาวิจัย

 

"สุรเกียรติ์"เสียดายนายกฯไม่ปฏิรูปกระทรวง-ทบวง-กรมสมัยมีม.44ในมือ

 

ทั้งนี้ เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปไตย และปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ตลอดจนประมวลความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่สามารถจัดการกับปัญหาภัยคุกคามและความท้าทายต่อความมั่นคง

ขณะที่ ศ.พิเศษ "ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย กล่าวว่า อยากชวนให้ทุกคนตระหนักว่า ความมั่นคงใหม่มีความสำคัญ มีหลายด้าน และมีความคาบเกี่ยวซึ่งกันและกัน ซึ่งในอดีตสามารถพูดถึงความมั่นคงที่ถูกกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยอาจไม่ต้องไปแตะเรื่องการเมืองได้

 

อย่างไรก็ตาม พูดเรื่องความมั่นคงทางสังคม โดยอาจไม่แตะเรื่องการเมืองระหว่างประเทศได้ แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ความมั่นคงไม่ว่าด้านใดที่ประชาชนได้รับผลกระทบ จะเห็นว่าทุกสิ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น โดยจะเห็นภาพได้ชัด คือ ปัญหาความขัดแย้งของสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้ภูมิภาคอาเซียนจะดูเหมือนไม่อยู่ในวงโคจรเกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายก็ได้รับผลกระทบอยู่ดี

 

"ผมชื่นชนสถาบันพระปกเกล้าที่ได้หยิบหัวข้อดังกล่าวมาร่วมพูดคุยกัน เพื่อหาจุดกึ่งกลางหาทางออกร่วมกัน และจะต้องเตรียมตัวอย่างไรต่อความท้าทายใหม่ที่ทุกคนจะต้องเผชิญในอนาคตสำหรับประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย" อดีตรองนายกฯ กล่าว  

ทั้งนี้ ส่วนตัวขอเล่าย้อนไปเมื่อสมัยที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเป็นอิสระจากความกลัว-ความอยาก ประเทศไทยได้พยามพูดถึงเรื่องนี้มานานมากแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าได้รับความสนใจไม่มากเท่าที่ควร

 

"ผมต้องขอสารภาพว่า ผมมีส่วนในการตั้งชื่อกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตอนนั้นตั้งใจจะเริ่มจากกระทรวงนี้ เชื่อมไปยังส่วนอื่นๆ แต่ก็ยังทำได้ไม่เต็มที่"

 

สำหรับปัจจัยที่กำหนดความท้าทายความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย มี 7 ปัจจัย คือ

 

1.ปัจจัยความท้าทายความมั่นคงที่มาจากแนวโน้มใหญ่ของโลก

 

2.ปัจจัยความท้ายทายความมั่นคงที่มาจากค่านิยมระหว่างประเทศ

 

3.ปัจจัยความท้าทายความมั่นคงที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกทางเศรษฐกิจ

 

4.ปัจจัยความท้าทายความมั่นคงที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกทางการเมือง

 

5.ปัจจัยความท้าทายความมั่นคงที่มาจากปัญหาวิกฤตทางภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

 

6.ปัจจัยความท้าทายความมั่นคงที่มาจากปัญหาด้านสาธารณสุข

 

7.ปัจจัยความท้าทายความมั่นคงที่มาจากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี 

 

"ผมเป็นรัฐมนตรีตอนไข้หวัดซาร์สระบาด ขณะนั้นทุกประเทศเห็นว่า จะต้องร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดูแลเรื่องโรคระบาด เราจัดประชุมล่วงหน้า 7 วัน ตัวจริงมาหมดเลย มีการตกลงมาตรการร่วมกัน 60 วันแก้ปัญหาได้หมด แน่นอนโควิด-19 ยิ่งใหญ่กว่าเยอะ แต่จะเห็นว่าแต่ละประเทศเหมือนต่างคนต่างแก้ ต่างคนต่างอยู่ ถามว่ามันใช่หรือ" ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ กล่าว

 

นอกจากนี้ ความท้าทายของประเทศไทยท่ามกลางปัจจุบันและอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยตั้งธงว่าทำอย่างไรให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับอนาคต อันดับแรกจะต้องวาดภาพอนาคตของประเทศ ซึ่งไม่ต้องวาดไกล เอาแค่ปี 2566 เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จะมีหน้าตาเป็นแบบไหน ตนไม่ค่อยเป็นห่วงภาคเอกชนเท่าไหร่ เพราะก้าวหน้าล้ำยุคมาก

 

ส่วนต่อมาคือการศึกษาที่ต้องรองรับความเปลี่ยนแปลง รวมถึงการปรับตัวขององค์กรภาครัฐและเอกชน มีกลไกในการรับรู้สื่อสาร การตื่นรู้ทางการเมือง มีกลไลในการมีส่วมร่วมของทุกภาคส่วน มีกลไกในการแสวงหาทางออกร่วมกันกับผู้เห็นต่าง มีกลไกสื่อสารระหว่างวัย

 

"เรารอการปฏิรูปกระทรวง ทบวง กรม มานานมาก เสียดายที่นายกรัฐมนตรี สมัยที่มีอำนาจตามมาตรา 44 ไม่ได้ทำเรื่องนี้ ถ้าทำจะเป็นคุณูปการมาก ผมเคยอยู่ในรัฐบาลประชาธิปไตย มี 2-3 ครั้ง ก็ทำได้ยากมากในรัฐบาลเลือกตั้ง แต่ที่ยากที่สุดคือปฏิรูประบบราชการ ซึ่งจะต้องปฏิรูปกฎหมายให้มีความทันสมัย มีหลักนิติธรรม มีสถาบันตุลาการและองค์กรอิสระที่สังคมเชื่อถือในความเป็นอิสระ นี่คือปัญหาที่สังคมประชาธิปไตยต้องแก้ให้ได้ หากทิ้งเอาไว้จะอันตราย" อดีตรองนายกฯ กล่าว 

 

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ นายชาวส์ ดาร์วิน กล่าวไว้ว่า "ไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุดและไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดที่จะอยู่รอด แต่คือคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด ถึงจะอยู่รอด"


 

ข่าวล่าสุด