ด้าน ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า มองว่า อปท. เหมือนมีตราบาปตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มักมีบางคนพูดติดตลกว่า อบต. นั้นย่อมาจาก "อมทุกบาททุกสตางค์" หรือ "อันตรายอาจบาดเจ็บถึงตาย" แต่ในตอนนี้คิดว่า อปท. ส่วนมากมีพัฒนาการ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่อยากจะทำหน้าที่รับผิดชอบต่อประชาชน ทำให้เกิดความคุ้มค่าของการทำงานมากขึ้น
ส่วนเรื่องการกระจายอำนาจ หลายคนกลับมองเป็นการกระจายคอร์รัปชัน แต่การพูดถึงการคอร์รัปชัน ต้องจับได้ ถึงจะรู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ขณะเดียวกันในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ยังมีองค์กรอีกจำนวนมากที่อาจมีการทุจริตคอร์รัปชันแต่ไม่สามารถจับได้
อย่างไรก็ตาม ยกตัวอย่างการคอร์รัปชันจัดสร้างเสาไฟ ซึ่งการสร้างเสาไฟของ อปท. หนึ่ง ที่เป็นข่าวดังก่อนอื่นต้องยอมรับว่ามีคำถามมากมายเกิดขึ้น คือ
1.องค์กรส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถทำเรื่องนี้ได้หรือไม่ มีอำนาจกฎหมายทำได้ไหม ซึ่งคำตอบคือทำได้
2.ควรทำหรือไม่ ซึ่งคนที่จะตอบได้ก่อนก็คือคนในพื้นที่นั้นๆ ที่ประกอบด้วย สมาชิกสภาท้องถิ่น และประชาชน ถ้าทุกคนบอกดีแล้วก็คือความชอบธรรมที่ อปท. นั้นสามารถทำได้
3.ทำแล้วโกงหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงหากทำแล้วโกงควรมีบทลงโทษที่ชัดเจน
ทั้งนี้ ส่วนตัวขอเสนอมาตรการป้องกันเพื่อลดการคอร์รัปชัน คือ
1.การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น ซึ่งสาระของกฎหมายต้องมีความสมดุล เท่าเทียม เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ
2.การปรับกระบวนการทำงาน ลดการผูกขาด ลดการใช้ดุลพินิจ การทำให้โปร่งใสระบบเปิด และข้อมูลที่เข้าถึงได้
3.การสร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้อง สร้างหน่วยงานให้มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล
4.การมี Self control ทำเป็นตัวอย่าง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และความพอเพียง
ขณะเดียวกันปัญหาหลัก คือ กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องไม่มี จับแต่รายเล็ก รายใหญ่จับไม่ได้หรือไม่จับ และย้ำว่ามาตรการต่างๆ ต้องให้ความสำคัญกับคนทุกระดับ มิเช่นนั้นความศรัทธาของประชาชน ต่อการป้องกันการทุจริตของภาครัฐจะลดน้อยลงเรื่อยๆ
ขณะที่ นายเรวัต กล่าวถึงภาพรวมของการบริหารงานในระดับ อบจ. โดยย้อนถึงการทำหน้าที่ 2 ปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญของการป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน คือ กลไกของกฎหมาย กฎระเบียบ ซึ่งส่วนใหญ่ที่มักเกิดปัญหาเพราะมาจากช่องว่างของกลไกเหล่านี้
ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากจากอดีต เป็นสังคมที่เคารพวัตถุสูงขึ้น ทำให้คนลืมมองที่มาของวัตถุชิ้นนั้นๆ มองแต่ปลายทางว่า วัตถุสิ่งนี้จะทำให้ตนดูดีขึ้น มองแนวคิดแบบนี้ ต่างกับสังคมตะวันตกที่มองคนที่ศักยภาพ และคนที่ทำหน้าที่ในสังคม จะถูกให้การยอมรับ แต่กลับกัน ในสังคมไทยมองคนในฐานะผู้นำ จ้องแต่จะเข้ามาฉวยโอกาส ตนอยากให้มองภาพกว้าง สร้างค่านิยมใหม่ เคารพกันที่ความสามารถ
นายบรรจง กล่าวยืนยันว่า ปัจจุบันการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ในส่วน อปท. มีความเข้มแข็ง วันนี้ (29ส.ค.) บางท้องถิ่นกลับไม่กล้าดำเนินการอะไร เพราะกลัวไปหมด สิ่งเหล่านี้ก็จะกระทบต่อการพัฒนาท้องถิ่นในภาพรวมได้ ฉะนั้นกฎหมายที่เข้มงวด องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันรวมถึงเครือข่ายที่เข้มแข็งมากขึ้น ระบบสื่อสารที่ดีกว่าเดิม ทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์และจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างสมดุล
นางเพ็ญภัค ให้ความเห็นว่า สิ่งสำคัญ คือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน และมองปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นจุดใหญ่ของสังคม ซึ่งก็จะทำให้เกิดวัฒนธรรมในองค์กรอย่างเข้มแข็ง
ส่วนนายชนะนันท์ เชื่อว่าระบบในประเทศไทยดี แต่อยากให้หลายฝ่ายได้ร่วมพูดคุยกันมากขึ้น จะทำให้สามารถพัฒนาด้านต่างๆไปได้อย่างสมบูรณ์ และทุกคนต้อง "อย่าเคยชินกับการทำทุจริต"