ก่อนหน้านี้ การเจรจาในช่วงโค้งสุดท้าย ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารัคชี กับคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังอิหร่านเตือนสหรัฐฯ ให้ยกเลิกข้อเรียกร้องที่เกินเลย ถ้าต้องการเห็นข้อตกลงเกิดขึ้น ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ยืนยันจุดยืนของทรัมป์ว่า ไม่ต้องการให้อิหร่านมีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใดๆ แม้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านพลเรือนก็ตาม
ด้านสื่ออังกฤษ "เดอะ การ์เดี้ยน" (the Guardian) รายงานอ้างบันทึกข้อความภายในที่รั่วออกมาว่า มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เอกอัครราชทูตในตะวันออกกลาง ยุติการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ ที่อาจทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น และบ่อนทำลายแรงกดดันของทรัมป์ ที่มีต่ออิหร่านให้ละทิ้งศักยภาพในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
โดยบันทึกข้อความได้ระบุว่า "เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น หัวหน้าคณะผู้แทนและสถานทูตในประเทศปลายทาง ต้องงดเว้นจากการแถลงการณ์ การให้สัมภาษณ์ หรือกิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ใดๆ ที่อาจทำให้ผู้ชมในภูมิภาคเกิดความไม่พอใจ ก่อให้เกิดอคติในประเด็นทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน หรือทำให้ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ ซับซ้อนขึ้น"
บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ตีความว่า คำสั่งนี้ เป็นคำตำหนิโดยตรงต่อไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล หลังไปออกรายการพอดแคสต์ของทักเกอร์ คาร์ลสัน อดีตพิธีกรฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) และแสดงความเห็นว่า อิสราเอลมีสิทธิตามคัมภีร์ไบเบิลในดินแดนส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง และแม้บันทึกข้อความที่ลงนามโดยรูบิโอ จะไม่ได้ระบุชื่อฮัคคาบีโดยตรง แต่การส่งเอกสารไปยังเขาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเวลา 2 วัน หลังจากคำพูดของเขาสร้างความไม่พอใจไปทั่วตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะชัดเจนโดยไม่ต้องตีความด้วยซ้ำ
ซึ่งคำสั่งนี้ ยังเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว แสดงความกังวลต่อคำพูดของฮัคคาบี ที่อาจทำให้ท่าทีของอิหร่านแข็งกร้าวขึ้นก่อนการเจรจาครั้งสุดท้าย