เสธ.ทบ. แจงปม กอ.รมน. มีไว้ทำไม โต้เดือดปมทหารผี-ยันไร้ IO
08 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เสธ.ทบ. แจงปม กอ.รมน. มีไว้ทำไม ยันเป็นแกนหลักความมั่นคง โต้เดือดปมทหารผี ย้ำโปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบ ลั่นไร้ไอโอ-สปายแวร์ มุ่งทำงานกู้ภาพลักษณ์
ข่าว
08 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เสธ.ทบ. แจงปม กอ.รมน. มีไว้ทำไม ยันเป็นแกนหลักความมั่นคง โต้เดือดปมทหารผี ย้ำโปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบ ลั่นไร้ไอโอ-สปายแวร์ มุ่งทำงานกู้ภาพลักษณ์
KEY
POINTS
8 กรกฎาคม 2569 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. เปิดฉากชี้แจงต่อสื่อมวลชนที่ กองทัพบกถึงบทบาทหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ เคลียร์ชัดทุกข้อสงสัยกรณีงบประมาณและปมเดือด ทหารผี ย้ำระบบโปร่งใส ตรวจสอบเข้มข้น และไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด พร้อมแจงปมรถยนต์โยงคดีลอบยิง สส. และปฏิเสธข้อครหาทำ ไอโอ หรือใช้สปายแวร์ดักฟัง ยึดมั่นแนวทางยกระดับการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงบทบาทและหน้าที่ กอ.รมน. ว่า ตนขอขยายความว่า กอ.รมน. ไม่ได้ทำงานเฉพาะการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เรามีงานด้านความมั่นคงทั้งประเทศ เน้นการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีกฎหมายในแต่ละหน่วยงาน โดยเรานำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหา
และ กอ.รมน. ยังทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญ และมาทำงานร่วมกัน ซึ่งนอกจากงานด้านความมั่นคง กอ.รมน. ยังมีบทบาทช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เช่น ยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็จะมีการตั้งพื้นที่เฉพาะขึ้นมา เช่น หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ (นบ.ยส.)
“ขอยืนยันว่าเราทำงานกันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นมิติไหนก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ กอ.รมน. ขอบคุณและรับฟังคำชี้แนะไม่ว่าจากใครก็ตาม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านเป็นผู้แทนราษฎรที่เข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ เป็นวาระของสภา ซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องไปตอบคำถาม ดังนั้น ท่านจึงมีสิทธิ์ที่จะถามและตั้งข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งเราในฐานะหน่วยงานของรัฐก็ตอบในสิ่งที่ท่านสงสัย หรือมีอะไรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตามคำเรียกร้องของประชาชน”
พลเอก ชัยพฤกษ์ ระบุว่า กอ.รมน. ได้พัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพราะเดิมทีเป็นหน่วยงานเพื่อการต่อสู้ เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ และถูกปรับปรุงโดยนำภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปมาเป็นตัวตั้ง ปัจจุบันก็ได้เห็นว่าภัยคุกคามมีมากมาย ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงของชาติ กอ.รมน. ก็ปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรรองรับภัยคุกคามต่าง ๆ
บุคลากรของ กอ.รมน. ส่วนกลาง มีประมาณ 1,000 กว่าอัตรา มีข้าราชการประจำ 170 อัตรา ที่เหลือมาจากหน่วยงานที่มีขีดความสามารถเฉพาะมาช่วยราชการ เช่น ป.ป.ส. กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น เข้ามาทำงานร่วมกัน
พลเอก ชัยพฤกษ์ ยอมรับด้วยว่า มีความจำเป็นที่จะต้องมี กอ.รมน. แต่หากจะไม่มีก็ได้ เพียงแต่ภารกิจเหล่านี้ จะมีหน่วยไหนทำ ใครจะเป็นแกนกลาง อาจจะเป็นไปได้ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มองถึงงบประมาณของ กอ.รมน. ที่ได้รับจำนวนมากในแต่ละปี แต่เราก็พร้อมที่จะชี้แจงว่า การนำงบประมาณเหล่านั้นไปใช้ถูกต้องและคุ้มค่าหรือไม่ และมีการตรวจสอบ วัดขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
"นายกฯ ในฐานะ ผอ.รมน. พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. โทรมาตำหนิผม และ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ทุกครั้ง ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แม่อุ้มลูกถูกยิงเสียชีวิต ทหารลากลับบ้านพาลูกภรรยาไปเดินตลาดถูกยิงเสียชีวิต ตำรวจ อส. ทำหน้าที่ดูแลประชาชนบนท้องถนน ถูกคนใส่ชุดผู้หญิงยิงเสียชีวิต เด็กเล่นกีฬาในโรงเรียนถูกยิงเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เราต้องคำนึง ขอความร่วมมือจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ ทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป 22 ปีที่ผ่านมาเราสูญเสียกันมาเยอะแล้ว ผมตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ มากกว่าเรื่องที่นายวันมูหะมัดนอร์ หรือใครก็แล้วแต่วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ"
พลเอก ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจ ผู้ก่อเหตุก็ออกจากราชการไปแล้ว แต่ยอมรับว่า รถที่ใช้ก่อเหตุเป็นของ กอ.รมน. เราก็ต้องไปแก้ไข คนในองค์กรทำผิดไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดก็แล้วแต่ โดยเฉพาะข้าราชการก็ต้องถูกลงโทษ ยิ่งข้าราชการยิ่งต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ต้องลงโทษให้หนัก กระบวนการยุติธรรมจะทำงานและมีผลออกมาว่าเป็นอย่างไร กอ.รมน. ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบทั้งหมด รถที่หลุดออกไปและถูกนำไปใช้ก่อเหตุ เราก็ต้องไปแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก หรือเป็นจุดบกพร่องที่ต้องไปแก้ไขปัญหา
พลเอก ชัยพฤกษ์ ยังกล่าวถึงปัญหาบุคลากรที่มีชื่อ แต่ไม่ได้ลงไปปฏิบัติงานจริง เรื่องนี้มี สส. หลายคนที่มีความเป็นห่วง ตนก็ไม่ชอบคนที่ชอบกินแรงใคร ตนก็ส่งจเรทหารไปตรวจจากส่วนกลาง ทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และ ผบ.ทบ. ได้เน้นย้ำว่า พวกที่กินแรงต้องไม่มี ถ้าตรวจแล้วพบต้องถูกลงโทษ ยอมรับว่าที่ผ่านมามีบ้าง เราคงปฏิเสธไม่ได้ทั้งหมด ก็ลงโทษไปตามวินัยทหาร แต่ถ้าเป็นทหารมีอัตราแล้วไม่ได้บรรจุ อันนี้คนละเรื่อง เช่น มีอัตรา 500 คน บรรจุแค่ 300 คน การทำเช่นนี้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะส่งคนเข้าไปเพิ่ม และในห้วงเวลาปกติที่ไม่ได้บรรจุ ก็จะต้องส่งคืนงบประมาณ
จะเห็นได้ว่าในแต่ละปีมีการส่งคืนงบประมาณในด้านกำลังพล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทหารผี ที่ระบุว่าทหารผีมีชื่อและไปทำงานที่อื่น ก็ต้องไปดูว่าทำงานที่ไหน หากมีชื่ออยู่ใน กอ.รมน. ภาค 4 สน. แล้วไปนอนอยู่บ้าน อันนี้ต้องทำโทษ แต่หากไปทำงานด้านการข่าวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเหล่านี้ถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน และยืนยันว่าเป็นเรื่องสำคัญของ กอ.รมน. ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีกเพราะกินแรงผู้อื่น พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเลี้ยงไข้สถานการณ์
"ทำไมเราต้องปกป้องคนผิด กินแรงคนอื่น ทำคนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจทำงานเดือดร้อน เป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้องคนผิด บางคนบอกว่าเป็นคนของนายหรือไม่ ตอบว่าไม่ นายผมมีแค่ นายกฯ และ ผบ.ทบ. หากสองท่านนี้ไม่ได้สั่งการอะไร ไม่มีใครเป็นนายผม ผมฟันทุกคน เข้าใจว่าเป็นคำถามว่าเราตรวจสอบภายในกันเองจะเชื่อถือได้หรือไม่ ไม่มีทางที่เราจะปล่อยให้คนไม่ดีอยู่ในองค์กรของเรา เราต้องเชื่อมั่น"
ส่วน กอ.รมน. ถูกมองว่าทำปฏิบัติการไอโอ (IO) รบกับคนภายในประเทศ ยืนยันว่าเราไม่มีภารกิจเหล่านั้น การทำไอโอไม่ใช่การเล่นโซเชียลแล้วนำไปเผยแพร่ การทำไอโอ เช่น การปฏิบัติการทางทหารระหว่างไทย-กัมพูชา คือทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ ตัดสินใจไปในทิศทางที่เราต้องการ เช่น เราต้องการให้ผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 2 ตัดสินใจนำกำลังเข้ามาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อเราจะจัดการกับกำลังนั้น เรียกว่าปฏิบัติการไอโอ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจหรือความจำเป็นของ กอ.รมน. ที่ต้องไปทำ
สำหรับการซื้อเครื่องมือสปายแวร์ ยืนยันว่าไม่จริง ไม่มีการซื้อเครื่องมือเหล่านี้ ได้มีการส่งคืนงบประมาณ ยืนยันว่าไม่ได้ทำกับบุคคลภายในประเทศ แต่การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลก็มีทั้งบวกและลบที่เกิดขึ้นในสังคม และย้ำว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. ที่ไปทำในสิ่งเหล่านี้
นอกจากนี้ ยืนยันด้วยว่า กระแสข่าวมีการดักฟังข้อมูลประชาชนในพื้นที่ 2,000 รายนั้น ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เพราะไม่ใช่หน่วยงานของ กอ.รมน. ส่วนจะเป็นหน่วยงานไหนให้ไปตรวจสอบกันเอง
พลเอก ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงานให้ประชาชนได้เห็นการทุ่มเท นี่คือคำตอบ