ขณะเดียวกัน สส.ส่วนใหญ่ สนับสนุนไม่ให้มีการนิรโทษกรรม สำหรับผู้ที่กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ว่าอายุจะต่ำกว่า หรือมากกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เพราะประเทศไทยจะต้องยืนหยัดอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเยาวชนที่กระทำความผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 มีไม่ถึง 10 ราย โดยจะมีศาลเยาวชน เข้ามาดูแล คุ้มครอง แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู มากกว่าการลงโทษ พร้อมกังวลว่า หากมีการนิรโทษกรรมให้เยาวชนดังกล่าว ในอนาคตก็จะมีพรรคการเมือง ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายความน่าเชื่อถือสถาบัน อาทิ
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยเหลือนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มวลชนคนเสื้อแดงที่เรียกร้องความเป็นธรรม และปกป้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด เพื่อพ้นความผิด และออกเรือนจำได้อย่างอิสระ กู้คืนเกียรติยศศักดิ์ศรีผู้เสียชีวิต รวมถึงยังจะช่วยประชาชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องในช่วงปี 2563 และ 2564 ดังนั้น จึงหวังว่า สภาผู้แทนราษฎร จะให้ความเห็นชอบร่างกฎหมาย ที่วุฒิสภาปรับแก้ พร้อมเชื่อมั่นว่า การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของประชาชนสีเสื้อต่าง ๆ จะไม่สูญเปล่า และจะเป็นบททดสอบการพัฒนาทางการเมือง ที่ประเทศไทยจะต้องยืนหยัดอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เคารพเสียงประชาชน และอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นกฎหมายในการปกป้องสถาบัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย หากมีการนิรโทษกรรมเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ในอนาคตบางพรรคการเมือง ก็จะใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการทำลายล้าง หรือทำลายความน่าเชื่อถือสถาบัน ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยกับการไม่นิรโทษกรรม และเยาวชนที่กระทำความผิดกฎหมายอาญา ก็ยังมีศาลเยาวชน ที่มีมาตรการดูแลประชาชน แตกต่างจากศาลยุติธรรมทั่วไป ประกอบกับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีไม่ถึง 10 ราย ซึ่งตนมั่นใจว่า ศาลเยาวชน จะมีระบบดูแลเยาวชนดังกล่าว
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ระบุว่า คดีมาตรา 112 เป็นคดีจาบจ้วงเบื้องสูง และมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วว่า มีขบวนการล้มล้างการปกครอง จึงไม่สมควรได้รับการยกเว้น เพราะตนไม่ต้องการให้ในอนาคตมีพรรคการเมือง ไปสนับสนุนการกระทำผิด เพราะตนสงสารเด็ก ที่ประสบการณ์ยังน้อย และถูกยุยง จนต้องมารับเคราะห์ และเยาวชนที่กระทำความผิด ม.112 มีไม่ถึง 10 ราย โดยศาลเยาวชน จะมีกระบวนการคุ้มครอง แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู มากกว่าการลงโทษ
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนให้มีร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพราะต้องการนิรโทษกรรม เพื่อนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ และสร้างสันติสุข โดยเห็นด้วยกับหลักการที่ไม่นิรโทษกรรมให้กับคดีทุจริต, คดีมาตรา 112, คดีร้ายแรงทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย แต่เห็นว่า การกระทำผิด ม.112 เมื่อเป็นเยาวชนควรมีทางเลือก เปิดให้มีช่องให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการ จะทำให้ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันลดลง โดยตนเองมองว่า ประเด็นดังกล่าวต้องพิจารณาให้รอบคอบ
นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ สว.แก้ไขกฎหมายเพิ่มกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ปี 2561 ไว้ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.นั้น ตนแปลกใจว่าเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.ที่ผ่านมาอย่างไร ซึ่งตนขอชวนคิดว่า การเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม ต้องเลือกตั้งใหม่ ให้ใบเหลืองใบแดง เพิกถอนสิทธิ เป็นเรื่องที่ กกต.พิจารณา แต่มีความผิดอื่นตามกฎหมายการเลือก สว. เช่น กรณีที่พรรคการเมืองเกี่ยวข้องสนับสนุน เช่น วันข้างหน้าการดำเนินคดีเกี่ยวกับ สว. กกต.ดูเหตุการณ์แล้วบอกว่า ไม่มีปัญหาการเลือก แต่พบหลักฐานชัดเจนว่า มีคนของพรรคการเมืองเกี่ยวข้อง คนที่เกี่ยวข้องจะอ้างว่า ความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ไม่เกี่ยวการเลือกตั้งไม่สุจริตเพราะไม่ถูกวินิจฉัยทุจริต จะได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย ดังนั้น สภาฯ ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้และสบายใจ
ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เห็นว่า การนิรโทษครั้งนี้จะล้างการกระทำความผิดที่เกิดจาก การมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง การต่อสู้ทางการเมือง ล้างกระดานกันใหม่ แต่ก็อาจจะยังทิ้งปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้กันได้ พร้อมยกตัวอย่างในอดีต เพื่อให้เห็นว่าเรื่องร้ายแรงกว่า 112 ยังนิรโทษกันมาแล้ว และชี้แจงว่า เรื่องการแก้มาตรา 11 ของกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษ แต่เป็นมาตรการพิเศษ ที่จะดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งอิงกับกฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาใช้ เพื่อจะให้เกิดการฟื้นฟูบำบัด โดยให้ศาลพิจารณาว่า อาจจะไม่ต้องดำเนินคดี หรือตัดสินคดี ซึ่งย้ำว่า ไม่ใช่การนิรโทษ แต่นำไปสู่การฟื้นฟูบำบัดถ้ากระทำผิด
:: ''นิกร'' การันตี กม.นิรโทษ ไม่รวมคดีฮั้ว สว.-ทุจริตเลือกตั้ง-ทำเลือกตั้งไม่เป็นธรรม หากพบอั้งยี่ก็ต้องรับโทษ - แจงนิรโทษคดีปิดหน่วยเลือกตั้ง-ฉีกบัตรในอดีต ::
นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจถึงกรณีที่มีการกล่าวถึงการนิรโทษคดีการฮั้ว สว. หรือที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.ว่า ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะต้องมีการเตรียมการไว้ แต่ร่างที่นำมาพิจารณาอยู่นี้ นายวิชัย สุดสวาท สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอตั้งแต่สมัยสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่ปี 2567 แล้ว ซึ่งเป็นข้อตกลงเดิมของคณะกรรมการปรองดองในคดี เพราะในอดีตเกี่ยวข้องกับเรื่องการเลือกตั้ง เพราะมีการปิดหน่วยเลือกตั้ง หรือฉีกบัตรเลือกตั้ง แต่ตนเองเป็นคนกำหนดให้ระบุให้ชัดเจนว่า เฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต และไม่เป็นธรรม เพื่อให้ชัดเจน ซึ่งตนก็กังวลว่าจะมีความเสี่ยง จึงได้เสนอให้บัญญัติให้ชัดเจน
ส่วนกรณีการอั้งยี่นั้น นายนิกร ชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่า การเลือก สว.มีความผิดฐานอั้งยี่ ก็ยังคงรับโทษไป ไม่เกี่ยวข้องกับการได้มา สว.
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะได้ส่งร่างกฎหมายไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป