สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านก้าวเข้าสู่จุดวิกฤตสูงสุดอีกครั้ง โดยมีรายงานระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ มีความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในการเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเข้าใส่อิหร่านอย่างเร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้ระดมแสนยานุภาพทั้งทางเรือและทางอากาศเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
แม้ว่าในขณะนี้ทรัมป์จะยังไม่ได้ทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดยืนยันว่าเขาใช้เวลาอย่างมากในการพิจารณาทางเลือกต่างๆ ร่วมกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติอย่างเคร่งเครียด ท่ามกลางบรรยากาศการรอคอยข้อเสนอที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐบาลเตหะรานเพื่อหาทางออกในประเด็นนิวเคลียร์ที่ยังคงเป็นชนวนเหตุสำคัญของการเผชิญหน้าในครั้งนี้
สำหรับการเคลื่อนกำลังพลในครั้งนี้ถือเป็นการกดดันขั้นสูงสุดในยุคของทรัมป์ โดยมีการ reposition หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเครื่องบินรบและเครื่องบินเติมน้ำมันในฐานทัพต่างๆ ทั่วโลกเพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ รวมถึงการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดอย่าง USS Gerald R. Ford เข้าสู่พื้นที่อย่างเร่งด่วน ซึ่งทางโฆษกทำเนียบขาวยืนยันชัดเจนว่าแม้การทูตจะเป็นทางเลือกแรกเสมอ แต่ปฏิบัติการทางทหารยังคงวางอยู่บนโต๊ะเจรจา และสหรัฐฯ จะไม่ตั้งเดดไลน์ที่แน่นอนเพื่อรอผลจากการทูตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากความล่าช้าอาจเป็นประโยชน์ต่อความพยายามของอิหร่านในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ที่กำลังถูกจับตามองโดยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางดาวเทียมจากสถาบัน ISIS ทั่วโลกในขณะนี้