ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ประณามการโจมตีของรัสเซียต่อพลเรือนยูเครน และบอกด้วยว่า เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อนานกว่า 7 เดือน พร้อมกับให้สัญญาระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนว่า ฝรั่งเศสจะเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน
นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมของเยอรมนี ระบุว่า เตรียมจัดส่งระบบขีนาวุธ IRIS-T SLM ชุดแรกจากทั้งหมด 4 ชุดแก่ยูเครน ตามที่ประกาศไว้เมื่อหลายเดือน และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่า รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ มนุษยธรรมและความมั่นคงแก่ยูเครนต่อไป
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอินเดียแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์สู้รบในยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งรวมถึงการพุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานและมีพลเรือนเสียชีวิต นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศจีน ย้ำสนับสนุนความพยายามใด ๆ ในการบรรลุข้อตกลงอย่างสันติวิธีในวิกฤตยูเครน