ในวันเกิดเหตุนางโวฟค์ไปงานเทศกาลบทกวี ที่ดูกินาและดูกิน พ่อของเธอไปร่วมงาน แต่หลังจากดูกินาเปลี่ยนขับรถยนต์ของพ่อออกจากงานไปได้เพียงหนึ่งชั่วโมงก็เกิดระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าระเบิดน้ำหนัก 800 กรัม ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นั่งคนขับและจุดระเบิดด้วยรีโมตคอนโทรล และสื่อเผยให้เห็นภาพของดูกินยืนมองดูจุดเกิดเหตุด้วยความตกใจและใช้มือกุมศีรษะไว้
ขณะที่มิโคโล โปโดเลียก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดียูเครน ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ายูเครนอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดสังหารลูกสาวของนายดูกิน ที่ได้ชื่อว่าเป็นมันสมองของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน โดยทวีตว่า คำกล่าวอ้างของ FSB เป็นเพียงนิยาย และกองพันอาซอฟปฏิเสธด้วยว่านางโวฟค์ไม่ได้เป็นทหารในหน่วย และกล่าวหาว่ารัสเซียสร้างเรื่องโกหก
ส่วนประธานาธิบดีปูตินระบุในจดหมายแสดงความเสียใจแก่ดูกินและภรรยา โดยประณามเหตุการณ์ฆาตกรรมที่โหดร้าย และยกย่องว่าดูกินารับใช้ประชาชนและประเทศอย่างซื่อสัตย์ พร้อมกับมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ Order of Courage ให้กับเธออีกด้วย และโฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าวหาว่า การฆาตกรรมดูกินนาสะท้อนว่า ยูเครนใช้การก่อการร้ายเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม