ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทำให้เรื่องราวใหญ่โต เพราะ ผู้กำกับ สภ.อรัญประเทศ ไม่สามารถติดต่อได้ จึงไม่รู้ความจริงที่เกิดขึ้น ทางผู้เสียหาย จึงมาร้องทุกข์ต่อตนเอง และวันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค. ทาง ผกก.สภ.อรัญฯ ก็แก้ปัญหาด้วยการขอปล่อยตัวลุงเปี๊ยก ส่วนสาเหตุยอมรับว่า ตำรวจต้องการปิดคดีให้เร็ว แต่ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือลูกตำรวจด้วยกันแน่นอน
"แต่ความผิดที่เกิดขึ้นในกรณี พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มันสำเร็จแล้ว ดังนั้น หากบุคคลใดที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ และในขณะนี้ก็ได้สั่งให้แจ้งข้อหากับ ดาบตำรวจ ที่พบการกระทำความผิดแล้ว" รอง ผบ.ตร. ระบุ
ส่วนกรณีที่มีการปรากฏคลิปเสียงตำรวจชุดสืบสวนคุยกันนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า "เหนื่อยใจแทน ใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทุกคน"
"กัน จอมพลัง"นำเหยื่อแก๊งลูกตำรวจเข้าแจ้งความเพิ่ม
ขณะที่วันเดียวกัน "นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์" หรือ "กัน จอมพลัง" ได้พาผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.อรัญประเทศ เพิ่มเติม โดยเป็นเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี ที่ถูกกลุ่มเยาวชนดังกล่าว ข่มขู่บังคับกระทำชำเรา / และพ่อของเยาวชนวัย 16 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูกผู้ต้องหาในแก๊งนี้ ไล่ฟันรุมทำร้ายจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อปี 2565 แต่ครอบครัวยังถูกก่อกวนปั่นป่วน ข่มขู่ จากเด็กกลุ่มนี้ รวมถึงกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเด็กกลุ่มดังกล่าวด้วย
โดย นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า วันนี้พาผู้เสียหายอายุ 15 ปี มาแจ้งความร้องทุกข์เพราะถูกกระทำชำเรา โดยน้องถูกข่มขู่ว่า ถ้าน้องไม่ยอม จะเอาพวกมารุมสกัม เพื่อให้น้องยอมมีอะไรด้วย เหมือนพฤติกรรมของเด็กพวก นี้ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และน้องผู้เสียหายก็ไม่กล้าแจ้งความ เพราะเหตุผลว่าในแก๊งนี้มีลูกตำรวจ และมีพวกเยอะกลัวจะไม่ปลอดภัย
ส่วนอีกเคส คือ เคสของพ่อน้องอายุ 16 ปี ที่ถูกแก๊งลูกตำรวจมากันหลายสิบคนและถูกรุมทำร้ายจนน้อง 16 ปี เสียชีวิต และหลังเกิดเหตุ ครอบครัวของน้องที่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ ทั้งสิ้น จากฝั่งของผู้ก่อเหตุ แล้วตอนที่อยู่ที่วัดจัดงานศพ ก็เอาระเบิดไปปา ไปยกนิ้วกลางให้ ไปเบิ้ลเครื่อรถและข่มขู่ ว่าจะจบชีวิตน้องที่เป็นลูกอีกคน ซึ่งมองว่าพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ไม่รู้สึกผิดบาปกับสิ่งที่ทำเลย และไม่เกรงกลัวอะไรเลย
"แล้วเด็กแก๊งค์นี้ก็มาฆ่าป้าบัวผันเสียชีวิต จึงมองว่า จะต้องมีคนเสียชีวิตแบบนี้อีกกี่คนถึงจะจบลง แล้วเมื่อไรเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเอาจริงเอาจังกับกลุ่มวัยรุ้นนี้ วันที่เกิดเหตุ มีน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ โดนมีดฟันที่แขนกับขา แล้วจนถึงวันนี้คดียังเงียบ ทั้งที่ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว จึงมองว่าเป็นความไม่ใส่ใจกับใครหรือไม่ โดยจะส่งข้อมูลให้รักษาราชการแทนผู้กำกับ สภ.อรัญประเทศ เพื่อให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไข และขอยืนยันกับเหยื่อทุกคนที่ให้การช่วยเหลือ ว่าจะหาความเป็นธรรมให้กับเหยื่อทุกคนที่ถูกแก๊งลูกตำรวจกระทำ และการมาวันนี้ ผมมาทลายแก๊งนี้ ใครทำไม่ได้ผมทำได้ วันนี้ผมจะเป็นผู้ล่า มันต้องเข้าใจความรู้สึกของการถูกไล่ล่าบ้าง" กัน จอมพลัง ระบุ
ขณะที่ นายสมภพ กุ่มประสิทธิ์ พ่อของนายกรวิชญ์ กุ่มประเสริฐ ผู้เสียชีวิตจากกรณีถูก 1 ใน 5 เยาวชน ก่อเหตุทำร้ายป้าบัวผันเสียชีวิต ได้ใช้มีดฟันและรุมทำร้ายก่อนจับโยนลงคลองส่งน้ำเสียชีวิตเมื่อปี 2565 เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2565 เป็นเทศกาลโต้ลมหนาวที่อำเภอโคกสูง ซึ่งลูกตนไปเที่ยวงานเทศกาล แล้วฝ่ายผู้กระทำพอเจอหน้าก็มีการไล่ฟันลูกชายตนเองมาตั้งแต่หน้างาน จนถึงที่เกิดเหตุบริเวณคลองส่งน้ำ ทำให้ลูกชายตนเสียชีวิต
"การกระทำเหล่านั้นตนเองรับไม่ได้ที่ลูกชายถูกกระทำ โดยในตอนนั้นลูกชายถูกฟันที่ข้อเท้า 2 แผล ด้านหลัง แล้วก็บริเวณหน้าอก แต่ในสำนวนลงรายละเอียดว่ามีรอยแผลถูกฟันที่ข้อเท้าอย่างเดียว ซึ่งพอติดงานศพลูกตนเองเลยไม่ได้ติดตามคดีว่าเป็นอย่างไรจนถึงตอนนี้ และมองว่าสำนวนคดีที่ตำรวจแจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายอ่อนไป เพราะตอนที่ไปเบิกความที่ศาล ทนายให้บอกว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นฟันข้อเท้าที่หนองน้ำและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จนเสียชีวิต ส่วนการฟันที่หลังและหน้าอกไม่ได้ประกอบอยู่ในสำนวน ทำให้มองว่า การกระทำของวัยรุ่นนี้เป็นการเจตนาฆ่า เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุจงใจไล่ล่าลูกชายของตนเองมาตั้งแต่โคกสูง แต่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาดังกล่าว และหลังจากก่อเหตุ กลุ่มวัยรุ่นนี้ก็ยังไปเบิ้ลท่อรถเสียงดัง ปาระเบิดปิงปองใส่ และเอามีดไปขูดตามกำแพงวัด ขับรถผ่านก็ชูนิ้วกลางให้อีก" นายสมภพ กล่าว
ส่วนกลุ่มที่ก่อเหตุมีผู้ต้องหาที่อยู่ในกลุ่มฆ่าป้าบัวผันหรือไม่ โดยนายสมภพ กล่าวว่า มีคนชื่อแบงค์ อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย และผ่านมาจนถึงวันนี้ ตนเองก็พูดอะไรไม่ออก มันจุกในอก ทรมานมาก เสียแล้วไม่เคยได้กลับมา มีแต่เสียกับเสีย ทุกวันนี้ไปบ้านก็มองเห็นแต่ภาพลูก รับไม่ได้ และมองว่า ถ้าวันนั้นแบงค์ไม่ถูกปล่อยตัว ก็คงไม่ได้มาฆ่าป้าบัวผัน ทำให้วันนี้ตนเองยังอยู่ในความหวาดระแวงด้วย อีกทั้ง ในตอนเกิดเหตุ ตนเองไม่มีเงินจัดงานศพ เลยต้องไปกู้เงินมา ตนจึงได้ขอเงินจากป้าผู้ก่อเหตุ จำนวน 5 แสนบาท เพราะก่อนหน้านี้มีการนัดไก่เกลี่ยที่ สภ. โดยมีป้ากับยาย ก็คิดว่า จะเอาเงินตรงนี้ไปจัดงานศพ แต่ได้รับคำตอบมาว่ามากไป แล้วก็ปฏิเสธให้เงินให้ไปเจอกันที่ศาล
"วันนี้ศาลตัดสินให้ชนะคดีและให้ชดเชยค่าเสียหาย 1 ล้าน 2 หมื่นบาท แต่ก็ยังไม่ได้รับเงิน รวมถึงปัจจุบันยังมีการไปก่อกวนผมถึงสถานที่ทำงาน เพราะมีอาชีพเก็บของเก่าที่บ่อขยะเทศบาล ทั้งการตะโกนเรียกท้าทาย ปาระเบิดปิงปองประมาณ 20-30 ลูก เข้ามาในที่ที่ผมพัก แล้วไปฟันกำแพงหน้าบ้านที่เป็นรั้วสังกะสี" นายสมภพ ระบุ
ขณะที่ เพื่อนของผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในวันเกิดเหตุ เล่าว่า วันนั้นตนเองไปงานกับเพื่อน แล้วได้ยินเสียงปาระเบิด 1 ลูก จึงรีบพากันกลับบ้าน พอขับรถมาถึงตรงสะพานจะมีวัยรุ่นโบกมือเรียก ตนเองนึกว่าเรียกไปหาอะไรสักอย่าง จึงขี่รถไป แล้วพอขับรถเข้าไป ตนก็โดนปาระเบิด ไล่ฟัน ทำให้ตนขี่รถหนีมาจนถึงอรัญประเทศ แล้วตนเองก็พูดว่า "พี่ผมไม่เกี่ยว ผมไม่เกี่ยว" แต่กลุ่มดังกล่าวไม่ฟังและไล่ฟันอย่างเดียว แล้วเพื่อนตนเองที่เสียชีวิต ขี่รถไปชนตู้ทำให้รถล้ม ผู้ก่อเหตุจึงอุ้มไปที่บ่อน้ำ แล้วฟันจนเสียชีวิต ซึ่งตนเองได้ยินเสียงเพื่อนร้องช่วยด้วย ๆ แต่ตนเองถูกกระทืบจนสลบไป
จากนั้น นายกัณฐัศว์ กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นมีความคล้ายกับการฆาตกรรมป้าบัวผัน ที่อุ้มแล้วไปทำร้ายป้าบัวผันเสียชีวิตในบ่อน้ำ ตนจึงตั้งข้อสังเกตุว่า เพราะเคยทำแบบนี้แล้วรอดมาได้ จึงก่อเหตุซ้ำอีก ใช้วิธีการแบบเดิมใช่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีเคสของ นายณรงค์ ปานสิงห์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร จ.สระแก้ว ที่เป็นตัวแทนชาวบ้าน ซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก่อเหตุความวุ่นวายด้วยการปาระเบิดปิงปองใส่ชาวบ้าน และขับรถจักรยานยนต์ก่อกวนอยู่ในพื้นที่ พร้อมข่มขู่ชาวบ้าน ก็ได้มาขอให้ กัน จอมพลัง ช่วยเหลือ เพราะแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรวัฒนานคร แต่ตำรวจเหตุไม่รับแจ้งความ จึงอยากให้ช่วยประสานตำรวจช่วยตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดี เพราะทุกวันนี้อยู่ด้วยความหวาดระแวงและกังวลเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่ากลุ่มเด็กเยาวชนเหล่านี้จะมาก่อเหตุซ้ำอีก
นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ ถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวปาระเบิดปิงปองใส่บ้านที่พักอาศัย จนเกิดเหตุไฟไหม้ และถูกนำถังดับเพลิงมาฉีดใส่บ้านเรือนคนได้รับความเสียหาย ก็ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความเพิ่ม ที่สภ.อรัญประเทศ ด้วย ซึ่งจากพฤติกรรมกลุ่มเยาวชนดังกล่าวที่พบว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มมากขึ้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและตำรวจปราบปรามกลุ่มเหล่านี้อย่างจริงจัง เพราะพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงต่อประชาชนในพื้นที่อำเภออรัญประเทศเป็นอย่างมาก
โดยตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จะมีการรับแจ้งความและสอบปากคำ โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสหวิชาชีพ มาร่วมสอบปากคำเด็กด้วย