เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชัยชนะ-ณัฐชา"แพ็คมือเข้าพบ"ลุงเปี๊ยก"หลังสังคมยังแคลงใจคดี"ป้าบัวผัน"

18 ม.ค. 2567

"ชัยชนะ-ณัฐชา"แพ็คมือเข้าพบ"ลุงเปี๊ยก"หลังสังคมยังแคลงใจคดี"ป้าบัวผัน"

"ชัยชนะ" รอฟัง "บิ๊กโจ๊ก" หลังสอบข้อเท็จจริงคดี "ป้าบัวผัน" ก่อนลงพื้นที่ร่วมกับประธาน กมธ. สวัสดิการสังคม พบ "ลุงเปี๊ยก" 19 ม.ค.นี้ สอบถามปมถูกถุงดำคลุมหัว ด้าน "ณัฐชา" หนุนใช้วิธีพิจารณาดคีแบบพิเศษเพิ่มอัตราโทษ หลังเด็กก่อเหตุซ้ำซาก

18 มกราคม 2567 จากประเด็นกรณีที่กลุ่ม 5 เยาวชน ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกาย "ป้าบัวผัน" หรือ ป้ากบ จนเสียชีวิต ในพื้นที่ จ.สระแก้ว จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมเป็นวงกว้าง เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเพียงเยาวชน อีกทั้ง ยังเป็นลูกของตำรวจยศใหญ่

โดย "นายชัยชนะ เดชเดโช" สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุม กมธ. วันนี้ (18ม.ค.) จะมีการหารือเร่งด่วนถึงเรื่องดังกล่าว หลังจากที่เบื้องต้นได้มีการพูดคุยได้สอบถามจาก "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งในเรื่องคดี ที่มีผู้ต้องหาเป็นเยาวชน 5 คน และเรื่องของกล้องวงจรปิด พร้อมให้ข้อสงสัยว่าการไล่กล้องวงจรปิดครั้งแรก ทำไมฝ่ายสืบสวนจึงทำให้เกิดข้อผิดพลาด และตำรวจชั้นสืบสวนเชื่อว่า นายปัญญา คงแสนคำ หรือ "ลุงเปี๊ยก" ซึ่งเป็นสามี เป็นผู้กระทำความผิด

ส่วนประเด็นเรื่องการซ้อมจากที่มีกระแสข่าวหรือไม่นั้น คงต้องรอการสอบสวนข้อเท็จจริงซึ่งวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเข้าไปสอบปากคำ "ลุงเปี๊ยก" ที่ศูนย์บำบัดที่จังหวัดปทุมธานี จึงจะรับฟังผลการสอบสวนก่อนว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้าข้อเท็จจริงไม่กระจ่าง ตนก็จะร่วมกับ "นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์" สส.กรุงเทพ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ.สวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ชวนกันลงพื้นที่ไปเจอลุงเปี๊ยก ในวันที่ 19 ม.ค. เพื่อไปสอบถาม ว่าถูกซ้อมจริงหรือไม่ และเหตุใดถึงรับสารภาพตอนแรก เพราะยังมีข้อมูลที่สับสนกันอยู่ และหลังจากนั้นก็มีคลิปเสียงออกมา แต่หากวันนี้ได้ข้อมูลครบถ้วนก็ไม่ลงไป

สำหรับกรณีที่มีการนำตัวไปซ้อมหรือใช้ถุงดำคลุมหัวโดยมีการชี้แจงว่าเป็นเรื่องหยอกล้อกันนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น และเมื่อวานนี้ (17ม.ค.) ก็เห็นแล้วว่า รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน โดนย้ายแล้ว 1 คน และมองว่า การทำร้ายผู้ต้องหา ยังมี พ.ร.บ.อุ้มหายและป้องกันทรมาน อยู่แล้ว หากมีตำรวจคนใดทำเช่นนั้น ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบถ้าผิดจริงก็จะต้องไม่ละเว้น

เมื่อถามว่า จากคดี "ป้าบัวผัน" มองว่าจะต้องมีใครได้รับโทษ นายชัยชนะ กล่าวว่า ชั้นพนักงานสืบสวนสอบสวน จะต้องได้รับโทษ ในการออกหมายจับบุคคลที่เป็นแพะ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดในการสืบสวนสอบสวน และต้องดูว่ามีตำรวจช่วยตำรวจหรือไม่ เพราะมีเยาวชน 2 คน เป็นลูกตำรวจ แต่สิ่งสำคัญที่น่ากังวลในอนาคต คือ ตามกฎหมายประมวลอาญา  มาตรา 73 และ 74 ที่ค่อนข้างจะเขียนช่วยเยาวชนไว้อย่างชัดเจน ที่ระบุว่า ผู้ทำผิดไม่เกิน 15 ปี ให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการลงโทษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนกังวลมากที่สุด

ส่วนข้อเสนอให้มีการแก้กฎหมายเกณฑ์อายุรับโทษของเยาวชนให้โทษเทียบเท่าผู้ใหญ่นั้น นายชัยชนะ ระบุว่า ต้องเอาข้อเท็จจริงปัญหาในสังคมเสนอยกร่างแก้ไข ซึ่งถ้าไปดูแชทไลน์ของเยาวชนที่หลุดออกมา เป็นพฤติกรรมที่รุนแรงมาก และมีกระบวนการ อีกทั้งการที่ "กัน จอมพลัง" ได้นำตัวผู้ที่เคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย มาเปิดเผย นั้นมองว่าหากต่อไปในอนาคต ไปใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือโดยใช้ยาเสพติดเป็นตัวล่อ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย สิ่งสำคัญยังมีเรื่องของยาเสพติด เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่มีข่าวว่าได้ดื่มน้ำกระท่อม กับยาเสพติด และเหตุผลที่ทำร้ายร่างกายเนื่องจาก เพราะทำ Power Bank พัง ทุกอย่างมันเริ่มต้นเช่นนี้ ถ้ากฎหมายไม่บังคับใช้ เปิดช่องว่างไว้ ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล

 

ส่วนเรื่องการเยียวยา "ลุงเปี๊ยก" นั้น หากเจ้าหน้าที่กระทำความผิด ทำร้ายร่างกาย แล้วบังคับ ข่มขู่ ให้รับความผิดที่ไม่ได้ทำ รวมถึงมีการทำแผน และอาจมีการจัดฉาก นอกจากการเยียวยาก็ต้องรับโทษทางกฎหมายด้วย ถ้าเป็นคดีสำคัญที่สังคมติดตาม และถ้าสังคมคาดหวังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ ต่อไปสังคมไทยจะฝากความหวังไว้กับใคร

ด้าน นายณัฐชา กล่าวถึงกฎหมายคุ้มครองเด็ก ว่า ไม่สามารถนำบังคับใช้กับเด็กทุกคน เนื่องจากการกระทำของเด็กบางกลุ่ม บางคน มีความรุนแรงกว่าเหตุและเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต อีกทั้ง ยังมีพฤติกรรมอำพรางศพ ซึ่งชี้เห็นว่าเป็นการวางแผนและตึกตรองมาก่อน 

ทั้งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายคุ้มครองเด็ก ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายนี้ต้องการให้โอกาสเด็กที่กระทำความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ พลาดพลั้ง ไม่ต้องการให้เป็นตราบาป และไม่ต้องการให้เข้าไปยังเรือนจำ แต่กักขังอยู่สถานพินิจ ซึ่งในประเด็นนี้ สามารถให้โอกาสได้กับเด็กที่ไม่ได้กระทำรุนแรง และไม่ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตผู้อื่นเช่นนี้ 

 

"อัยการคดีนี้สามารถร้องขอต่อศาลได้ น่าจะต้องพิจารณาคดีในรูปแบบพิเศษ โดยให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับการพิจารณาคดีเทียบเท่าอัตราโทษของผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ซ้ำซาก อีกทั้งวันที่เป็นข่าวจนถึงวันนี้ มีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยความจริงมากมาย แล้วแต่ละคดีเป็นเรื่องที่รุนแรงสังคมรับไม่ได้ ในส่วนของกฎหมายยังคงให้คุ้มครองเด็กกลุ่มอื่นอยู่ แต่ในส่วนการกระทำเกินกว่าเหตุ หวังให้อัยการร้องขอต่อศาลว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุ ต้องมีการพิจารณาแบบพิเศษ" นายณัฐชา กล่าว

 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาคดีแบบพิเศษ เยาวชนกลุ่มดังกล่าวก็จะได้รับโทษที่หนักขึ้น มีการกระทำผิดที่เกิดขึ้นหลายครั้ง และเป็นการคุ้นชินกับการกระทำความผิดไปแล้ว โดยเฉพาะคลิปเสียงที่ออกมา ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ อาจเป็นเพราะครอบครัวคนใกล้ชิดที่เคยช่วยเหลือกันมาในแต่ละครั้ง ทำให้เด็กกลุ่มนี้คุ้นเคยในการกระทำความผิด ดังนั้น บทลงโทษควรทำให้เด็กได้รับการลงโทษที่สังคมยอมรับได้ด้วย

ส่วนที่มีการวิจารณ์ต่อการนำถุงดำคลุมหัวและเป็นการหยอกล้อ ส่วนตัวมองว่าปัญหาต่าง ๆ ยังกระทบต่อความศรัทธาขององค์กรตำรวจที่เสื่อมถอยลง โดยเฉพาะตำรวจออกมาอ้างว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการล้อเล่นหยอกล้อ ในคดีที่มีความเป็นความตายอยู่ด้วย ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงเรื่องนี้อย่างจริงจัง และรับเรื่องนี้ดำเนินการด้วยตัวเอง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากสังคม 

 

"สุดท้ายการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ออกมาบอกกับสังคมว่าหยอกล้อหยอกเล่นกันในเคสที่มีผู้เสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน มีการกระทำที่ทำให้ครอบครัวหลายครอบครัวต้องตกระกำลำบาก เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาตอบแบบนี้คิดว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพฤติการณ์พฤติกรรมที่สังคมมองว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว คือ เมื่อมีการกระทำความผิดโดยลูกหลานเจ้าหน้าที่ โดยผู้มีชื่อเสียงทางสังคม ก็จะมีการนำแพะมารับบาป ในอดีตเกิดขึ้นหลายครั้ง ในอดีตนำคนวิกลจริตมารับบาป เพื่อที่จะบอกว่าผู้กระทำความผิดเป็นโรคจิต ก็จะเป็นโทษอีกแบบนึง หรือจ้างคนมารับโทษ เหตุการณ์เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า" นายณัฐชา กล่าว

 

นอกจากนี้ ได้รับทราบว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ไปสอบสวนข้อเท็จจริงด้วยตัวเองแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่าวันนี้เลยไปจากคำว่าคดีฆ่าคนตาย แต่เป็นคดีที่ประชาชนคาดหวังในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น จึงเห็นว่า ผบ.ตร. ควรลงมาดำเนินการด้วยตัวเอง เพื่อทำให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ว่าจะเป็นลูกใครจะต้องได้รับความเป็นธรรม 

ส่วนแนวคิดของ ผบ.ตร. ที่ต้องการแก้ไขกฎหมายอาชญากรจากที่กำหนดอายุ 15 ปี ให้กำหนดเป็นอายุ 12 ปีนั้น โดยในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการหารือกันว่าเห็นด้วยหรือไม่ แต่กรณีวันนี้เป็นกรณีรายบุคคล ซึ่งต่างจากกรณีที่เด็กเยาวชนกระทำผิดซ้ำซาก ที่จะต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายเชิงโครงสร้างทั้งหมด 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ม.ค. นี้ ได้รับเชิญจากกมธ.ตำรวจ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงใน จ.สระแก้ว กรณี "ลุงเปี๊ยก" ที่คาดว่าจะมีการเขียนพล็อตเรื่องให้รับสารภาพเพื่อเบี่ยงเบนผู้กระทำความผิด