เนชั่นทีวี

ข่าว

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

22 มิ.ย. 2566

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไฮบริดสแกม รวบหัวหน้าแก๊งชาวจีน-พร้อมสมุนไทย 11 คน แอบอ้างสำนักทรัพย์สิน ตุ๋นผู้เสียหายลงทุนเทรดทอง แค่ 5 เดือนเสียหายกว่า 500 ล้านบาท ตั้งฐานปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ ขยายผลแกะรอยไล่ล่าอีก 5 คนระดับผู้บริหารชาวจีนและบัญชีม้า

22 มิถุนายน 2566 ตำรวจทลายแก๊งเครือข่ายหลอกลงุทน-คอลเซ็นเตอร์ชาวจีน ล่าสุดทาง พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายหลอกลงทุน-คอลเซ็นเตอร์ชาวจีน หลังจับกุมนายเถิง จวิ้น (Mr.Teng Jun) อายุ 32 ปี สัญชาติจีน หัวหน้าขบวนการ น.ส.หงษ์ อายุ 25 ปี บุคคลไร้สัญชาติ นายนพดล อายุ 32 ปี และ พวกอีก 8 ราย 

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

พร้อมของกลาง รถยนต์หรู 3 คัน, เงินสดกว่า 5 ล้านบาท, สร้อยคอทองคำ แหวน กว่า 30 รายการ, นาฬิกาหรู และกระเป๋าแบรนเนม, คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ก, โทรศัพท์มือถือ, ซิมการ์ด, สมุดบัญชีธนาคาร และใบรับประกันทอง อีกจำนวนหลายรายการ โดยจับกุมตัว นายเถิง ได้ที่บ้านพักแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ส่วน ลูกสมุนชาวไทยที่เหลือจับกุมได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.จันทบุรี

พล.ต.ต.อธิป กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้หลังจากได้รับการร้องเรียน จากทางสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพนำชื่อสำนักฯ ไปแอบอ้างเปิดเว็บไซต์ หลอกลวงประชาชนให้นำเงินมาลงทุนหุ้นทองคำ โดยใช้ชื่อเว็บไซต์ว่า Royal Gold เฉพาะเพียงแค่ช่วงเดือน ม.ค. ถึง พ.ค. 2566 มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อสูญเงินรวมกว่า 500 ล้านบาท

ตรวจสอบพบมีการทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่ระดับหัวหน้าเครือข่าย คือ นายเถิง ชาวจีน มีหน้าที่ควบคุมสั่งการศูนย์ปฏิบัติการ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ สปป.ลาว ลงไป จนถึงคนรวบรวมบัญชีม้าและคนรับจ้างเปิดบัญชีม้า และ กลุ่มที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

ขณะที่พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับวิธีการหลอกลวง จะใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทำทีตีสนิทเหยื่อในเชิงชู้สาว ก่อนชักชวนให้นำเงินร่วมลงทุนหุ้นทองคำผ่านเว็บไซต์ Royal Gold ที่ทำขึ้นมา มีลักษณะคล้ายเว็บเทรดหุ้น มีกราฟแสดงมูลค่าตลอดเวลา ทั้งยังมีการแอบอ้างว่าเว็บดังกล่าว เป็นเว็บลงทุนทองคำที่เกี่ยวข้องกับสำนักทรัพย์สินฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยช่วงแรกของการลงทุนมีการจ่ายผลตอบแทนจริง คิดเป็นร้อยละ 10 ของเงินลงทุน แต่เมื่อเหยื่อต้องการจะถอนเงินกลับคืนกลับไม่สามารถทำได้ อ้างต้องเสียค่าภาษีหรือค่าดำเนินการอื่นๆ เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้เพิ่มอีก ก่อนจะตัดขาดการติดต่อไปในที่สุด

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุอีกว่า เงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายทั้งหมดจะถูกนำไปซื้อเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) ในสกุล USDT จากพ่อค้าคนกลาง จากนั้นจะมีการโอนเหรียญดิจิทัลดังกล่าวเข้าไปยังกระเป๋าวอลเล็ตม้า ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินในรูปแบบเหรียญดิจิทัล เพื่อทำการซื้อขายแปลงกลับมาเป็นเงินบาท เพื่อส่งต่อให้กับหัวหน้าเครือข่าย
 

นอกจากนี้ยังมี กลุ่มคนที่รับจ้างเปิดบัญชีม้าและกระเป๋าวอลเล็ตม้า ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน ประมาณ 3,000 – 4,000 บาท โดยกลุ่มผู้จัดหาและว่าจ้าง จะเตรียมโทรศัพท์พร้อมซิมการ์ดมาให้กลุ่มผู้รับจ้างทำการยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อเปิดบัญชีธนาคารพร้อมกับกระเป๋าแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล (Wallet)

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

หลังจากนั้นจะรวบรวมบัญชีม้า พร้อมโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับกระเป๋าวอลเล็ตม้า นำไปส่งให้กับนายทุนชาวจีน ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ สปป.ลาว ซึ่งหลังสืบทราบข้อมูลขบวนการดังกล่าวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ระดับหัวหน้าเครือข่าย, ผู้บริหารดูแลเรื่องฟอกเงิน และผู้รวบรวมบัญชีม้า และ กลุ่มของผู้จัดหาและรวบรวมบัญชีม้า,กระเป๋าวอลเล็ตม้า ได้จำนวน 11 รายพร้อมของกลางดังกล่าว

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

ด้าน พ.ต.ท.นิธิ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการว่าจ้างมาจากนายทุนชาวจีน ให้รวบรวมบัญชีม้าและกระเป๋าวอลเล็ตม้าของคนไทย มาส่งมอบให้กับชาวจีน ที่อยู่ในพื้นที่ของบ่อนคาสิโน ฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการ โดยจะได้รับค่าจ้างประมาณ 10,000 บาท ต่อบัญชี เหตุผลที่รับจ้างทำงานในลักษณะนี้ เนื่องจากมีหนี้สินที่เกิดจากการเล่นพนันในบ่อนคาสิโน และนายทุนชาวจีนดังกล่าวเป็นคนภายในบ่อนคาสิโน จึงถูกบังคับให้รับงานดังกล่าว

แม้ว่าจะจับกุมหัวหน้าขบวนการชาวจีนพร้อมลูกสมุนคนไทย ได้ 11 รายแล้วนั้น แต่ก็ยังคงต้องขยายผลต่อเนื่อง เพราะยังเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวอีก 5 ราย แบ่งเป็นชาวจีนระดับผู้บริหาร จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายชิว เต๋ออู่ (MR.QIU DEWU) อายุ 45 ปี นายชิว เต๋อชง (MR.QIU DECONG) อายุ 36 ปี และ นายจาง จื่อหง (MR.ZHANG ZHIHONG) อายุ 22 ปี และ คนไทย ที่ทำหน้าที่ในกลุ่มของบัญชีม้าจำนวน 2 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแกะรอยติดตามตัว

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง

ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 11 รายที่จับกุมได้นั้น เบื้องต้นจะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันทุจริต หรือ หลอกลวง โดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไฮบริดสแกม” อ้างสำนักทรัพย์สินตุ๋นเทรดทอง