ส่วนกรณี นายชูวิทย์ นำเงินสีเทาไปบริจาคนั้น ส่วนตัวมองว่า ยังไม่เข้าข่ายการฟอกเงิน เพราะไม่ได้นำไปซื้อทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ อาจต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการบริจาคเงินให้โรงพยาบาลนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่การฟอกเงิน ในเมื่อตนรับกลับมาคืนให้เจ้าของ ไม่ได้นำเงินไปซื้อหรือลงทุนอะไร ส่วนเรื่องที่ดินสุขุมวิทซอย 10 ของตน ที่เคยมีคดีความนั้น ดำเนินการถูกต้อง และเสียภาษีตามกฎหมาย เนื่องจากมีคนวางแผน ให้โดนคดีความ แต่ตนไม่กลัว
“ชูวิทย์” เชื่อ “ทนายตั้ม” รับงานพรรคการเมืองดัง
นายชูวิทย์ ระบุว่า การออกมาเคลื่อนไหวของ "ทนายตั้ม" เป็นการรับงานมา ออกมาในจังหวะที่ตนกำลังเคลื่อนไหว ก็ต้องดูดี ๆ ว่า ตนเคลื่อนไหวเรื่องอะไร การเคลื่อนไหวของตน เป็นการเคลื่อนไหว ที่มีผลต่อ พรรคภูมิใจไทย ในเรื่องของ นโยบายกัญชาเสรี
ดังนั้นการที่ ทนายตั้ม ออกมาโจมตีตนก็ประเมินได้ง่าย ว่าจะต้องเชื่อมโยงกับใครสักคนหนึ่งใน พรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนตรวจสอบแล้วว่า เชื่อมโยงกับ "เอก สายไหมต้องรอด" ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับสื่อใหญ่สื่อหนึ่ง ที่มักชอบปั้นน้ำเป็นตัว ซึ่งตนไม่กลัว เพราะเห็นวิธีการเล่นเกมแบบนี้มาเยอะแล้ว
นายชูวิทย์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนออกมาแฉเรื่องพนันออนไลน์ และรถไฟฟ้าสายสีส้ม หรือเรื่องอื่น ๆ จนทำให้กลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ จับมือกันมารุมตนนั้น ขอให้ประชาชนเป็นผู้คิดเอาเองว่า สิ่งที่ตนทำเป็นประโยชน์หรือไม่ และคิดกลับไปว่า คนที่จะมาโจมตีตน ได้ประโยชน์อะไร
หากถามว่ากลัวไหม ผมไม่มีอะไรจะกลัว ถ้าจะกลัวก็ต้องกลัวทุกคนที่ออกมาแฉ ผมพูดเสมอว่า เป็นโจรสีเทา ก็ต้องถามกลับไปว่า คนที่พูดถึงผม กลัวผมหรือไม่