เนชั่นทีวี

ข่าว

อธิบดีดีเอสไอ ยังไม่มีคำสั่งให้ออก จนท.ร่วมค้นบ้านพักกงสุลนาอูรู

17 ม.ค. 2566 | tinakit_rat

อธิบดีดีเอสไอ ยังไม่มีคำสั่งให้ออก จนท.ร่วมค้นบ้านพักกงสุลนาอูรู

อธิบดีดีเอสไอ ยังไม่มีคำสั่งให้ออก จนท.ร่วมค้นบ้านพักกงสุลนาอูรู ระบุ ไม่ได้สั่งให้ไป เพราะ ไม่มีอำนาจในการค้นครั้งนั้น ปัดหน้าห้องไม่ได้ประสานตร.แน่นอน

17 มกราคม 2566 นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)  กล่าวถึงกรณีที่ มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปร่วมกับเจ้าที่ตำรวจ 191 ตรวจค้นบ้านพักกงสุลใหญ่นาอูรูประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 65 และปรากกฎข้อมูลว่า สิ่งของที่ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนไม่ครบถ้วน จึงมีการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนที่ บก.ปปป.ตร. ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

จนล่าสุดศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ191 และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไว้แล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่งให้ออกจากราชการ อยู่ระหว่างการพิจารณาโทษขั้นต่อไป แม้จะมีการอนุมัติหมายจับและตั้งข้อหาแล้ว แต่ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะให้ออกจากราชการหรือไม่ เพราะมีการพิจารณาโทษทั้งทางวินัยและทางอาญา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ในวันดังกล่าว ยืนยันว่า อธิบดีฯไม่ได้มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นการไปปฏิบัติตามภารกิจด้านการข่าว เพราะตามแผนการทำงานของดีเอสไอ จะมีขั้นตอนการทำงานระบุไว้ชัดเจน เมื่อมีการทำงานนอกหน่วย ต้องมีการเบิกอุปกรณ์ เช่นรถ อาวุธปืน คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ แต่ส่วนใหญ่หน่วยนี้จะเป็นหน่วยการข่าวกรอง ซึ่งจะมีการขอทำงานนอกสถานที่เป็นรอบๆ รอบละ 1 เดือน 

พร้อมยืนยันว่า ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจในการค้นในครั้งนี้ แต่เป็นหน้าที่ตำรวจ และตนเองยังทราบว่าเป็นงานของ 191 ที่เป็นผู้ทำการขอหมายค้น และดีเอสไอชุดนี้เข้าไปร่วมสนับสนุน ในการประสานงานกับกงสุลใหญ่นาอูรู เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในอดีตดีเอสไอเคยมีการทำงานร่วมกันกับกงศุลฯทั้งคดีค้ามนุษย์และการฟอกเงิน

สำหรับกรณีที่ว่า ดีเอสไอเป็นเจ้าภาพในการตรวจค้น โดยมีหน้าห้องที่เป็นมือขวาของ อธิบดีดีเอสไอ ประสานไปที่ตำรวจ 191 นั้น ยืนยันว่า หน้าห้องตนเองไม่มีการประสานไปแน่นอน ส่วนคนที่ประสานไปเป็นใครตนเองไม่ทราบ ส่วนที่มีการอ้างว่าเป็นมือขวาด้วยนั้นมองว่า ทุกคนในกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ตั้งใจทำงาน ถือเป็นมือขวาของตนทั้งหมด แต่หากพบว่าใครทำผิดก็ต้องรับโทษไปตามขั้นตอน

ทั้งนี้ สถานที่ดังกล่าว ดีเอสไอ เคยได้มีหนังสือขอให้เข้าตรวจสอบ เพราะเคยเป็นบ้านพักกงสุลใหญ่นาอูรู แต่ทราบว่าปัจจุบันหมดสัญญาเช่า แต่กลับมีกลุ่มคนจีนเข้ามาเช่าสถานที่ดังกล่าวและแอบอ้างชื่อกงศุลใหญ่นาอูรู ในการทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับการทำเอกสารวีซ่าปลอม เพื่อพาคนเข้าประเทศ 

ส่วนกรณีเงินที่กลุ่มผู้ต้องหาเรียกรับ ในวันก่อเหตุ เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องสืบสวนว่า เงินไปถึงใครบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่มีมาถึงตนเองอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด