ด้าน นายกิตติกร ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา พบว่าโทรศัพท์ของตัวเองมีลักษณะผิดปกติคือ หน้าจอดับ แต่โทรศัพท์สั่น ใช้การไม่ได้ไปประมาณ 1 ชม.กว่าๆ หลังจากนั้นโทรศัพท์กลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่แอปฯ ของธนาคาร กลับมีการแจ้งเตือนว่า ธนาคารไม่ได้ถูกติดตั้งโดย playstore ให้ทำการลบแอปฯออก และติดตั้งใหม่
ขณะนั้นเงินยังไม่ได้หายออกไปจากบัญชี จนกระทั่งวันที่ 11 มกราคม ช่วงเวลา 10.00-12.30 น. ตนเอาโทรศัพท์ไปชาร์ทแบตเตอรี่ และนอนหลับไป ประมาณ 15.00น.ตื่นขึ้นมาดูโทรศัพท์ พบว่าเงินในบัญชีแอปฯ ธนาคาร ได้ถูกโอนออกไปเข้าบัญชีของนายจักรกฤษ ทั้งหมดจำนวน 92,709 บาท
ขณะที่ นายจักรกริช อินทรังษี น้องชายของ นายบุรินทร์ บัวผัน หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา กำลังนั่งคุยกับพี่ชาย ที่บ้านเพื่อวางแผนการทำงาน ส่วนโทรศัพท์ได้ชาร์ตแบตเตอรี่ทิ้งไว้ที่โต๊ะใกล้ๆกัน จู่ๆมีข้อความและสลิปจากธนาคารแจ้งเข้ามาว่า มีการโอนเงินจากแอปฯธนาคารของตน บัญชีของนายจักรกฤษ จำนวน 100,000 บาท ซึ่งตนและพี่ชายตกใจมาก เพราะไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรม และ ยอดเงินที่ออกไปเป็นเงินจำนวนมาก และเป็นเงินที่ตนต้องใช้ในการทำงานต่อหลังจากนี้ด้วย
หลังจากนั้นได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.บางประอิน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร จึงเข้าร้องเรียนกับ “เพจสายไหมต้องรอด” ตอนนี้ได้รวบรวมผู้เสียหายได้มากว่า 10 ราย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพราะหากช้าอาจจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้