ส่วน กสทช. ได้ออกข้อกำหนด ให้สามารถซื้อซิมโทรศัพท์ได้สูงสุด 5 เลขหมาย หากมากกว่านี้ ต้องไปยืนยันที่ศูนย์บริการ เพื่อแสดงตัวตน รวมทั้งหากพบว่า มีการนำซิมโทรศัพท์ไปใช้ในการกระทำความผิด เจ้าของเลขหมายต้องถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ยังมีการหาแนวทางร่วม ในการป้องกันภัยหลอกลวงจากเงินดิจิตอลอีกด้วย ทั้งหมดเพื่อเป็นการหยุดช่องว่างไม่ให้คนร้ายก่อเหตุได้ง่ายขึ้น
ผบช.สอท. กล่าวว่า สอท. ได้สั่งการให้ชุดทำงาน ระดมกวาดล้างอาชญากรรมความผิด เกี่ยวกับออนไลน์ทั้งหมด เช่นฉ้อโกงประชาชน ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ขณะเดียวกันได้นำข้อมูลจากศูนย์รับแจ้งความ และการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ มาวิเคราะห์เครือข่าย แผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งหมด ก่อนส่งให้ชุดสืบสวน ทั้งในระดับกองบังคับการและในระดับกองบัญชาการทำการจับกุม
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. ประสานความร่วมมือกับทางกระทรวงดีอี , กสทช. ในเรื่องมาตรการเชิงรุก ปิดช่องทางการใช้เครือข่ายโทรศัพท์นอกประเทศ ทั้งนี้หากสามารถจัดการกับบัญชีม้า และเครือข่ายโทรศัพท์ได้ จะเป็นการตัดโอกาส ในการที่คนร้ายจะก่อเหตุ อีกทั้งเชื่อว่า อาชญากรรมทางออนไลน์จะลดน้อยลง
สิ่งสำคัญประชาชนต้องมีสติ รู้จักที่จะตรวจสอบว่า ข้อมูลที่ได้มามีความเชื่อถือมากน้อยเพียงใด และการทำธุรกรรมในแต่ละครั้ง ต้องเพิ่มความระมัดระวัง รวมถึงการเสริมภูมิคุ้มกัน จากภัยออนไลน์ให้กับประชาชน โดยรวบรวมแผนประทุษกรรมต่าง ๆ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบเพื่อจะได้รู้ทัน และมีภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้กับตนเองและคนในครอบครัว จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ ผบช.สอท.กล่าว
รายงานระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปภาพรวมสถิติของการหลอกลวงสูงสุด 10 อันดับแรกทางไซเบอร์ในปี 2565 พบว่า หลอกลวงซื้อขายสินค้า จำนวน 47,864 ครั้ง คิดเป็น 32.78% ความเสียหาย 695,562,100 บาท , หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้จากการทำกิจกรรม จำนวน 20,325 ครั้ง คิดเป็น 13.92% ความเสียหาย 2,297,494,979 บาท , หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน จำนวน 17,559 ครั้ง คิดเป็น 12.02% ความเสียหาย 742,731,024 บาท ,
หลอกให้ลงทุน (ที่ไม่เข้าลักษณะฉ้อโกง) จำนวน 13,572 ครั้ง คิดเป็น 9.29% ความเสียหาย 66,100,207,026 บาท , หลอกลวงทางโทรศัพท์เป็นขบวนการ (call center) จำนวน 11,178 ครั้ง คิดเป็น 7.65% ความเสียหาย 2,338,579,710 บาท , หลอกลวงซื้อขายสินค้า (เป็นขบวนการ) จำนวน 8,022 ครั้ง คิดเป็น 5.49% ความเสียหาย 54,309,000 บาท,หลอกเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน จำนวน 4,158 ครั้ง คิดเป็น 2.85% ความเสียหาย 166,253,946 บาท ,
หลอกให้โอนเงิน (ไม่เป็นขบวนการ) จำนวน 2,711 ครั้ง คิดเป็น 1.86% ความเสียหาย 17,926,215 บาท,หลอกให้รักแล้วลงทุน จำนวน 2,444 ครั้ง คิดเป็น 1.67% ความเสียหาย 1,063,173,413 บาท และเงินกู้ออนไลน์ ดอกเบี้ยเกินอัตรา จำนวน 1,996 ครั้ง คิดเป็น 1.37% ความเสียหาย 17,208,545 บาท