พล.ต.ต.จิรสันต์ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ให้ความสำคัญ และกำชับให้ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ลงไปควบคุมดูแลเกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และสังคม จึงขอเรียนให้ทราบ ถึงความคืบหน้าของการดำเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีดังกล่าวใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้
โดยประเด็นแรก การดำเนินคดี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. จากการที่พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมข้อเท็จจริง และหลักฐานเพิ่มเติม จึงได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ขับรถเบนท์ลีย์ ในข้อหา "ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินของผู้อื่น และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ได้รับอันตรายแก่กายและทรัพย์สินเสียหาย และขับรถในขณะเมาสุรา" ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปทำการฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งศาลได้พิจารณารับฝากขังตามคำร้อง
สำหรับการดำเนินคดีในข้อหา ขับรถในขณะเมาสุรา ด้วยนั้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุฝ่าฝืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ ให้สันนิษฐานว่า เมาแล้วขับ