เนชั่นทีวี

ข่าว

คำสั่งจริง! "บิ๊กเด่น" ตั้งทีมมอนิเตอร์ลูกน้อง โพสต์ตำหนิผู้บังคับบัญชา

30 ธ.ค. 2565 | piyawan_uan

คำสั่งจริง! "บิ๊กเด่น" ตั้งทีมมอนิเตอร์ลูกน้อง โพสต์ตำหนิผู้บังคับบัญชา

โฆษก ตร.ยอมรับคำสั่งจริง ผบ.ตร. ตั้งทีมโซเชียล มอนิเตอร์ ตำรวจโพสต์ร้องเรียน-ตำหนิ ผู้บังคับบัญชาตามสื่อออนไลน์ พร้อมจัดงบสนับสนุน ยันไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็น แต่อยากให้ร้องตามขั้นตอน แจงเป็นเพียงการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ป้องกันการใส่ร้ายที่กระทบต่อองค์กร

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อความ อ้างเป็นข้อสั่งการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 ที่ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 ตร. ระบุ ให้ จต. สร้างทีมโซเชียล มอนิเตอร์ ข้าราชการตำรวจที่ไปโพสต์ร้องเรียน หรือตำหนิ ผู้บังคับบัญชาตามสื่อโซเชียลต่างๆ เป็นพฤติกรรมที่เป็นการกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา โดยจะสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินการ ให้เสนอแนวทาง และงบประมาณขึ้นมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากนั้น

คำสั่งจริง! "บิ๊กเด่น" ตั้งทีมมอนิเตอร์ลูกน้อง โพสต์ตำหนิผู้บังคับบัญชา

คำสั่งจริง! "บิ๊กเด่น" ตั้งทีมมอนิเตอร์ลูกน้อง โพสต์ตำหนิผู้บังคับบัญชา คำสั่งจริง! "บิ๊กเด่น" ตั้งทีมมอนิเตอร์ลูกน้อง โพสต์ตำหนิผู้บังคับบัญชา

30 ธันวาคม 2565 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีข้อคำสั่งออกมาจริง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งจุดประสงค์ของข้อคำสั่งดังกล่าว เพื่อเป็นการตรวจสอบ และแสดงความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และป้องกันการใส่ร้ายกันของเพื่อนร่วมงาน ที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร

ทั้งนี้ไม่ได้ปิดกั้นเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชา ในการร้องเรียนผู้บังคับบัญชา ซึ่งขั้นตอนหลังจากมีการโพสต์ข้อความใดๆ ทางทีมงานต้องตรวจสอบก่อนว่า เป็นความจริงหรือไม่ หากเป็นความจริงตามข้อความที่โพสต์ ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะเข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

แต่หากข้อความที่โพสต์ไม่เป็นความจริง ใส่ร้ายป้ายสี สร้างความเดือดร้อน หรือเข้าใจผิดให้กับองค์การ ผู้บังคับบัญชา หรือเพื่อนร่วมงาน ผู้โพสต์จะต้องรับผิดชอบ ทั้งทางวินัย และหากผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีอาญา ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

คำสั่งจริง! "บิ๊กเด่น" ตั้งทีมมอนิเตอร์ลูกน้อง โพสต์ตำหนิผู้บังคับบัญชา

สำหรับทีมที่จัดตั้งขึ้น จะมอนิเตอร์เพียงข้อความ หรือโพสต์ที่กระทบ หรือส่งผลกับองค์กรเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว หรือครอบครัว ส่วนความรุนแรงของบทลงโทษ ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่โพสต์ว่า กระทบกับผู้เสียหาย หรือองค์กรมากน้อยเพียงใด


อย่างไรก็ตามทาง ผบ.ตร. มีความตั้งใจที่จะให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางที่เปิดรับฟัง เพื่อนำปรับปรุงแก้ไข และรู้ถึงความต้องการของผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนข้อความที่มีการเผยแพร่อาจจะคลาดเคลื่อนจากเจตนารมย์ของผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ

 

ข่าวล่าสุด