ต่อมาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ บก.ปคม. พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับกลุ่มขบวนการดังกล่าว 7 ราย คือนายภานุวัฒน์ ที่ติดต่อชักชวน , น.ส.นันทพร ทำหน้าที่เทรนงาน และ น.ส.จรรยา ที่โพสต์โฆษณาหางาน และดูแลการเดินทาง
นอกจากนี้ยังออกหมายจับนายนิกกี้ สัญชาติปากีสถาน ทำหน้าที่ บังคับข่มขู่ผู้เสียหาย , นายอาหลิว ทำหน้าที่เก็บเงินค่าบริการ , หญิงชาวจีน ทำหน้าที่รับ-ส่ง ผู้เสียหาย และนายอีซี่ สัญชาติไนจีเรีย ทำหน้าที่บังคับข่มขู่ให้ผู้เสียหายทำงานอีกด้วย
จากการสอบสวน น.ส.นันทพร ให้การว่า ตนแค่ทำหน้าที่สอนนวด และเทรนงานต่าง ๆ ได้ค่าเทรน 3 พันบาทจาก น.ส.จรรยา ส่วนนายภานุวัฒน์ให้การว่า ทำหน้าที่เชิญชวนหาคนไปทำงานที่เมืองดูไบ ได้ค่าหัว 1 หมื่นบาท ส่วน น.ส.จรรยา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
“จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค. – พ.ย. 65 ผู้ต้องหารายนี้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 4 ล้านบาท โดยพบข้อมูลการเดินทางของเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานอีกเป็นจำนวนมากด้วย จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. ดำเนินคดีต่อไป”
ด้าน นายสิบหมื่นชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับโพสต์โฆษณาชักชวนไปทำงานต่างประเทศ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะพยายามชักจูง ด้วยการแอบอ้างว่า ไม่เสียค่าใช้จ่าย รายได้ดี จนมีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งในทางกลับกัน อาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ ที่ใช้หลอกเหยื่อให้ไปค้าประเวณี จนทำให้ประชาชนหลายคน ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ จึงขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจะเดินทาง