นายกานต์พงศ์ สิริอิสสระนันท์ ลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า คดีนี้จำเลยได้กลับคำให้การจากปฏิเสธ เป็นรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล และจำเลยได้ขอให้ศาลตัดสินโทษสถานเบา หากจำเลยได้ชดเชยเยียวยาผู้เสียหายตามสมควร โดยอ้างว่าตนยังเป็นนักศึกษาแพทย์ ไม่มีรายได้มากมาย อีกทั้งบริษัทที่ตัวเองเป็นถือหุ้นใหญ่อยู่เป็นของพ่อแม่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ในส่วนรถยนต์ปอร์เช่ที่ใช้ก่อเหตุ มีราคามากกว่า 7 ล้านบาท และจดทะเบียนในนามบริษัทของครอบครัวจำเลย
ตนและนางสาวผ่องเพชร น้องสาวตน (ผู้บาดเจ็บ) มองว่า ร.ต.อ.ภาณุรักษ์ ไม่มีความจริงใจ พยายามสู้คดีเมาแล้วขับและทุกข้อหาอื่น ๆ มาโดยตลอด การเยียวยาก็อ้างว่าไม่มีเงิน เป็นแค่หมอจบใหม่ ครอบครัวไม่ได้มาช่วยเหลือ และปฏิเสธทุกข้อหามาตลอด บอกว่าตัวเองจะสู้คดีเมาแล้วขับให้รอด บริษัทประกันจะได้ยอมจ่ายเงินชดเชยให้เหยื่อเพิ่ม แม้ว่าจะปรากฏฐานะชัดเจนว่าครอบครัวผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ขัดสน แต่รับผิดชอบกับการกระทำตัวเองไม่ได้ ทางจำเลยวางเงินค่าสินไหมทดแทนสำหรับครอบครัวตนที่ศาล เป็นจำนวนเงิน 1.5 ล้านบาท สำหรับการเสียชีวิตของพ่อตน เเละ 1 ล้านบาท สำหรับผู้บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นน้องสาว รวมกันราคา 2 ชีวิต ยังไม่ถึงครึ่งของมูลค่ารถปอร์เช่ที่ผู้ก่อเหตุขับชน
จึงหวังว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมลงโทษอย่างเหมาะสม โดยไม่มีการรอลงอาญา