ต่อมาเวลา 15.30 น. นายสันธนะ เดินทางมาที่โรงแรม โดยนายชูวิทย์ ออกมาไหว้ทักทายให้การต้อนรับ พร้อมเผยว่า ตามที่สายลับตนได้เข้ามาในงานพบว่า มีกลุ่มคนเข้าไปใช้ห้องน้ำชาย และหญิงพร้อม ๆ กันนับสิบคน ซึ่งเป็นเหล่าลูกท่านหลานเธอ มีการ์ดมาคอยคุ้มกันนับสิบ เมื่อคืนวานตนก็มาที่นี่ คนของตนก็เข้ามา
“ยืนยันไม่ได้รับจ้างมาจากใคร ซึ่งตำรวจเผยว่า ตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ผมเชื่อว่า ยังคงต้องมีสารเสพติดตกค้างอยู่ ย้ำว่าไม่ได้มาดิสเครดิต และไม่ได้โกรธอะไรกับนายชูวิทย์ ยังคงนับถือเป็นพี่ที่สนิทกัน และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผับจินหลิง หากถามว่าเป็นการเอาคืนนายชูวิทย์ ก็จะเรียกคุยเป็นการส่วนตัว”
ทั้งนี้ในระหว่างที่มีการพูดคุยกันระหว่าง นายสันธนะ และนายชูวิทย์ ได้มีการเปิดคลิปที่เจ้าตัวระบุว่า มีการเสพยาเสพติด แต่ไม่อนุญาตให้สื่อได้บันทึกภาพ โดย 2 คลิปแรกเป็นคลิปบรรยากาศปาร์ตี้ ที่บริเวณลอบบี้ของโรงแรม ส่วนคลิปสุดท้าย เป็นคลิปภายในห้องน้ำชาย ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 ห้อง ซึ่งห้องด้านในสุดมีผู้ชายและผู้หญิง เดินออกมาจากห้องน้ำห้องเดียวกัน
ส่วนห้องน้ำห้องที่ 2 พบมีชายหนุ่มเดินออกมา พร้อมหญิงสาวอีก 3 คน โดยหญิงคนแรกที่เดินออกมา มีการขยี้จมูกจริง ตามที่นายสันธนะกล่าวอ้าง แต่ก็ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า มีการเสพยาเสพติดอยู่ภายในห้องน้ำห้องดังกล่าว
สำหรับการตรวจค้นของตำรวจในวันนี้ และการโต้ตอบของนายชูวิทย์นั้น เป็นผลมาจากก่อนหน้านี้้ช่วงเช้ามืดของวันนี้ นายสันธนะ ได้เข้าแจ้งความกับทาง พ.ต.ท. ชัยวัฒน์ เกตุเอม สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ว่า รับแจ้งจากประชาชนว่า ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติดและเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
นายสันธนะ ระบุว่า ได้ส่งสายลับเข้าไปใช้บริการภายในสถานที่แห่งนี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2565 เวลาประมาณ 00.50 น. โดยชำระเงินค่าผ่านประตูคนละ 400 บาท ไม่รวมเครื่องดื่มปรากฎว่า พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงจำนวนประมาณ 100 คน เต้นรำ เปิดเพลง โดยมี ดีเจ พร้อมมีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสังเกตุเห็นว่า มีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายหญิงต่างเดินสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปภายในห้องน้ำผู้ชาย อย่างผิดสังเกตุ
สายลับจึงพยายามหาจังหวะโอกาส เพื่อใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งเวลาประมาณ 02.30 น. จึงสบโอกาสสามารถถ่ายภาพวิดีโอได้จำนวน 2 คลิป คลิปแรกความยาว 3.57 นาที เมื่อเวลา 02.31 น. และคลิปที่สองความยาว 1.55 นาที เมื่อเวลา 03.02 น. แสดงว่า มีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ภายในสถานบริการแห่งนี้ และการเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยสายลับมีหลักฐานเป็นสายรัดข้อมือสีชมพู จำนวน 3 เส้น เพื่อไว้แสดงการเข้า-ออกสถานบริการแห่งนี้ ส่วนภาพและคลิปวิดีโอ ที่เกี่ยวข้องทั้งภายใน-ภายนอก ของสถานที่เกิดเหตุจะนำมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนภายหลัง
“ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว พร้อมกับสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง และผู้แจ้งขอให้ทำการสืบสวนสอบสวนว่าผู้ใดเป็นเจ้าของโรงแรมและสถานบริการแห่งนี้ด้วย”