สแกน ครม.สัญจรสงขลา อนุทิน2 ดันรางสะเดา พับแลนด์บริดจ์-จะนะ
30 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะยุทธศาสตร์ ครม.สัญจร สงขลา ยุคอนุทิน 2 ปรับแผนภาคใต้ พับแลนด์บริดจ์ ดันรถไฟทางคู่สะเดา ใช้เศรษฐกิจนำดับไฟใต้ ชะลอนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รอผล SEA ลดแรงปะทะ
ข่าว
30 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะยุทธศาสตร์ ครม.สัญจร สงขลา ยุคอนุทิน 2 ปรับแผนภาคใต้ พับแลนด์บริดจ์ ดันรถไฟทางคู่สะเดา ใช้เศรษฐกิจนำดับไฟใต้ ชะลอนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รอผล SEA ลดแรงปะทะ
KEY
POINTS
31 สิงหาคม 2569 รัฐบาลอนุทิน 2 ปักหมุดประชุม ครม.สัญจรสงขลา ครั้งที่ 1/2569 ณ อ.หาดใหญ่ เพื่อปรับแผนยุทธศาสตร์พัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ โดยประกาศพับโครงการแลนด์บริดจ์ยุคเดิม แล้วหันมาเร่งรัด รถไฟทางคู่สะเดา เชื่อมมาเลเซีย พร้อมปฏิรูปผังเมืองดันนิคมแปรรูปเกษตร พร้อมใช้เศรษฐกิจนำความมั่นคงดับไฟใต้ 3 จังหวัดชายแดน และถอย 1 ก้าวชะลอนำเสนอ นิคมจะนะ เข้า ครม. เพื่อรอผล SEA ลดแรงปะทะในพื้นที่
การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ปักหมุด ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บรรยากาศในพื้นที่คึกคักเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากสีสันที่คณะรัฐมนตรีจะร่วมใจกันสวมใส่ชุดผ้าทอมือ ‘ลายราชวัตร’ และผ้าบาติก ‘บุปผาบรมราชินีนาถ’ เพื่อชู Soft Power ท้องถิ่นแล้ว
ไฮไลต์ที่แท้จริงคือ "วาระระดับยุทธศาสตร์" ที่กำลังจะถูกกางบนโต๊ะประชุมเพื่อพลิกโฉม 5 จังหวัดภาคใต้
"ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์" ตรวจสอบเชิงลึกพบว่า การสัญจรสงขลาหนนี้คือ "การเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์" ครั้งสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะมิติการคมนาคมขนส่งที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่า "พักหรือยกเลิก" โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ยุคเดิม เพื่อลดแรงต้านในพื้นที่ แล้วหันมาเทหมดตักดัน เมกะโปรเจกต์ระบบราง (Missing Link) เร่งรัดรถไฟทางคู่ส่วนต่อขยายยิงยาวเชื่อมด่านสะเดาถึงชายแดนมาเลเซีย ลดต้นทุนโลจิสติกส์ทันที
นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูปผังเมืองและการจัดโซนนิง (Zoning) ใหม่ใน 5 จังหวัดภาคใต้ เพื่อปลดล็อกพื้นที่เกษตรกรรมและนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา-ปาล์มน้ำมัน ดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนโดยรัฐไม่ต้องควักงบประมาณทั้งหมด
1. แก้ปัญหาชายแดนใต้: ใช้ "เศรษฐกิจนำความมั่นคง"
รัฐบาลเน้นย้ำยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ด้วยการแก้ปัญหาปากท้องอย่างยั่งยืน มุ่งเจาะเม็ดเงินไปฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากในกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ ควบคู่กับการบริหารความขัดแย้งทางการเมืองเชิงรุก โดยการดึงกลุ่มผู้เห็นต่างเข้าสู่โต๊ะเจรจาด้วยข้อมูลและโอกาสทางเศรษฐกิจ
2. ปมนิคมฯ จะนะ: รัฐบาลชะลอการพิจารณา – ไร้วาระชง ครม. (ยึดกรอบ SEA)
สถานะใน ครม.: รัฐบาลยืนยัน "ยังไม่เสนอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เข้าพิจารณาใน ครม.สัญจรครั้งนี้" เนื่องจากกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และแผนแม่บทเชิงพื้นที่ยังจัดทำไม่เสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขมติ ครม. เดิม
ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ (กลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มผู้คัดค้าน):
ฝ่ายคัดค้าน (เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น): จัดเสวนาใหญ่ที่ ม.อ.หาดใหญ่ พร้อมจับตาดูท่าทีรัฐบาล หากมีสัญญาณผลักดันแอบแฝงพร้อมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีทันที
ฝ่ายสนับสนุน (กลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ): เตรียมระดมมวลชนยื่นหนังสือหนุนโครงการต่อศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้า แต่ตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่า "ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายคัดค้านทันที"
ทางออกเชิงนโยบาย: รัฐบาลใช้กลยุทธ์ "ถอย 1 ก้าวเพื่อลดแรงปะทะ" ย้ำว่าผลการศึกษา SEA เป็นกรอบยุทธศาสตร์พัฒนา ไม่ใช่การไฟเขียวโครงการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหานิคมฯ จะนะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งใหม่แทรกซ้อนการประชุม ครม.สัญจร