ยุคทักษิณ ชินวัตร: ต้นตำรับ "การตลาดการเมือง" และ "ทัวร์นกขมิ้น"
แม้การประชุม ครม. สัญจร จะริเริ่มขึ้นครั้งแรกในสมัย พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัน แต่ยุคที่สร้างภาพจำและพลิกโฉมหน้าการเมืองไทยมากที่สุดคือยุคของ ทักษิณ ชินวัตร
เบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์: ทักษิณยึดหลักแนวคิดแบบ CEO และการตลาดการเมือง ขนรัฐมนตรีลงพื้นที่แบบ "ค่ำไหนนอนนั่น" จนสื่อมวลชนตั้งฉายาว่า "ทัวร์นกขมิ้น" และไฮไลต์สำคัญคือเหตุการณ์ที่ "อาจสามารถโมเดล" (จ.ร้อยเอ็ด) ที่ใช้ระบบเรียลลิตีโชว์ถ่ายทอดสดแก้จน
นัยทางการเมือง: ยุคนี้ใช้ ครม. สัญจร เป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ "พรรคไทยรักไทย" เพื่อเจาะฐานเสียงระดับรากหญ้าในภาคอีสานและภาคเหนือ เปลี่ยนข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ตอบสนองนโยบายส่วนกลางอย่างรวดเร็ว และเป็นการ "อนุมัติงบประมาณแบบฟาสต์แทร็ก (Fast-track)" โชว์ความเร็วเหนือระบบราชการแบบเดิม (เช่น การอนุมัติสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ที่ ครม. สัญจร นครพนม)
ยุค พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา: สัญจรเพื่อ "ความมั่นคง" และดึงสายสัมพันธ์การเมือง
หลังจากผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ครม. สัญจร ถูกนำกลับมาใช้อย่างเข้มข้นอีกครั้งในรัฐบาลทหารและรัฐบาลผสมของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์: การสัญจรในยุคแรก (คสช.) เน้นมิติ "ความมั่นคงและการสร้างความปรองดอง" สกัดกั้นความเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้าม แต่ในยุคหลัง (หลังเลือกตั้งปี 2562) รูปแบบเปลี่ยนเป็นการลงพื้นที่เพื่อ "ตรึงพื้นที่และตรวจแถวบ้านใหญ่" ในแต่ละจังหวัด
นัยทางการเมือง: ครม. สัญจรยุคนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน "เวทีเจรจาทางการเมืองซ่อนรูป" มีเบื้องหลังคือการดึงกลุ่มการเมืองท้องถิ่น (กลุ่มสามมิตร, กลุ่มบ้านใหญ่ต่าง ๆ) มาร่วมจัดตั้งและสนับสนุนรัฐบาล ผ่านการจัดสรรเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยลงไปยังจังหวัดเป้าหมาย
ยุครัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล "ประชานิยมสีน้ำเงิน" และการแก้เกมขาลง
จนกระทั่งมาถึงยุคปัจจุบันใน "รัฐบาลอนุทิน" (พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ) ซึ่งประเดิมจัด ครม. สัญจร นัดแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
เบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์: นายกฯ อนุทินประกาศชัดเจนว่า ครม. สัญจรยุคนี้ต้อง "ได้น้ำได้เนื้อ" ไม่ใช่แค่ไปเปิดพิธีแล้วจบ โดยมอบหมายให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม) ในฐานะแม่ทัพภาคใต้พรรคสีน้ำเงิน เป็นหัวเรือใหญ่จัดทัพลุยกลุ่ม 5 จังหวัดภาคใต้ชายแดน
นัยทางการเมือง
1. พลิกเกมและกลบจุดอ่อน: รัฐบาลปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับภาวะ "กระแสนิยมขาลง" และติดหล่มจากแรงต้านนโยบายเรือธงอย่าง "แลนด์บริดจ์" 1 ล้านล้านบาท การสัญจรลงใต้ครั้งนี้จึงเป็นการปรับยุทธศาสตร์ ถอยจากแลนด์บริดจ์แล้วหันมาดัน "Missing Link ระบบราง" และ "รื้อผังเมือง/โซนนิง" เพื่อซื้อใจทุนท้องถิ่นแทน
2. สมรภูมิแย่งชิงภาคใต้: ปัจจุบันภูมิใจไทยถือครอง ส.ส. ภาคใต้มากที่สุดถึง 31 ที่นั่ง การปักหมุด ครม. สัญจร นัดแรกที่สงขลา คือการส่งสัญญาณปล่อยนโยบาย "ประชานิยมสีน้ำเงิน" เพื่อป้องกันแชมป์และตีขนาบคู่แข่งสำคัญอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พรรคกล้าธรรม" ที่จ้องจะเจาะไข่แดงพื้นที่ภาคใต้
แต่ความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน ในการประชุม ครม. สัญจร ครั้งนี้ อีกประการ ดูจะเป็น สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ ที่กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีก่อตัวสร้างสถานการณ์รุนแรงตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ หลังจากทราบข่าวว่า ครม. อนุทิน จะมีการจัดประชุม ครม. สัญจร หรือแม้แต่สถานการณ์เมื่อวานนี้ ดูจะเป็นโจทย์ใหญ่ ที่รอให้รัฐบาลดับไฟครั้งนี้ได้หรือไม่ ในเมื่ออุตส่าห์ลงมาถึงระดับพื้นที่ในครั้งนี้